<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย</title>
	<atom:link href="http://kojiro540.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://kojiro540.wordpress.com</link>
	<description>เพื่อความสมานฉันท์ และ พอเพียง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Jul 2011 12:50:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='kojiro540.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://kojiro540.wordpress.com/osd.xml" title="Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย" />
	<atom:link rel='hub' href='http://kojiro540.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>กฎ 10 ข้อในการอยู่รอดและการลงทุนด้วย การวิเคราะห์ทางเทคนิค</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2011/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2011/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2011 07:01:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=217</guid>
		<description><![CDATA[ที่มาของบทความนี้ ผมคัดลอกมาจาก http://www.investorchart.com &#160; ผมโพสไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ และข้อคิดก่อนการ Trade แต่ละครั้งนะครับ &#160; &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;- กฎ ทั้ง10 ข้อนี้ เป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการลงทุน เพราะหากไม่มีหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่สามารถกำหนดการซื้อขายที่เป็นรูปแบบได้ ซึ่งในกฎเหล่านี้จะพูดถึงการวิเคราะห์แนวโน้ม , หาจุดกลับตัว, ติดตามค่าเฉลี่ย, มองหาสัญญาณเตือน และอื่นๆ หากท่านสามารถเข้าใจและปฎิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้ผมเชื่อว่าท่าน ก็สามารถเอาตัวรอด ด้วยการลงทุนโดยใช้หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้ครับ 1. ดูแนวโน้ม เรียนรู้ชาร์ตในระยะยาว โดยเริ่มการวิเคราะห์ชาร์ตในระดับเดือนและสัปดาห์ ของช่วงเวลาหลายๆปี การดูชาร์ตในระดับของช่วงเวลาที่กว้างขึ้นจะทำให้สามารถมองเป็นแนวโน้มของตลาดในระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น เมื่อทราบถึงแนวโน้มระยะยาวแล้ว จึงจะดูชาร์ตในระดับวันและนาที การดูแนวโน้มในช่วงสั้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ถึงแม้ว่าคุณจะลงทุนในระยะสั้น คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากคุณลงทุนในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะกลางและยาว 2. วิเคราะห์และไปตามแนวโน้ม แนวโน้มของตลาดมีหลายช่วงเวลา ระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น สิ่งแรกคือ คุณต้องรู้ว่าคุณจะลงทุนในระยะเวลาเท่าใด และวิเคราะห์ชาร์ตของช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยที่คุณต้องแน่ใจว่าคุณลงทุนไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะเวลานั้นๆ ซื้อเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาขึ้น และขายเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาลง หากคุณลงทุนในระยะกลาง ให้ใช้ชาร์ตในระดับวันและสัปดาห์ ถ้าคุณลงทุนระยะสั้น ให้ใช้ชาร์ตระดับวันและรายนาที อย่างไรก็ตาม ในแต่ละกรณี ให้ดูแนวโน้มของช่วงเวลาที่ยาวขึ้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=217&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color:#ff6600;"><strong><span style="color:#339966;">ที่มาของบทความนี้ ผมคัดลอกมาจาก</span> <span style="text-decoration:underline;color:#808080;"><a href="http://www.investorchart.com/"><span style="color:#808080;text-decoration:underline;">http://www.investorchart.com</span></a></span></strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color:#993300;">ผมโพสไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ และข้อคิดก่อนการ Trade แต่ละครั้งนะครับ</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p>กฎ ทั้ง10 ข้อนี้ เป็นหลักการสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้วิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับการลงทุน เพราะหากไม่มีหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่สามารถกำหนดการซื้อขายที่เป็นรูปแบบได้ ซึ่งในกฎเหล่านี้จะพูดถึงการวิเคราะห์แนวโน้ม , หาจุดกลับตัว, ติดตามค่าเฉลี่ย, มองหาสัญญาณเตือน และอื่นๆ</p>
<p>หากท่านสามารถเข้าใจและปฎิบัติตามหลักการเหล่านี้ได้ผมเชื่อว่าท่าน ก็สามารถเอาตัวรอด ด้วยการลงทุนโดยใช้หลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค ได้ครับ</p>
<p><span style="text-decoration:underline;"><strong><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">1. ดูแนวโน้ม</span></strong></span></p>
<p>เรียนรู้ชาร์ตในระยะยาว โดยเริ่มการวิเคราะห์ชาร์ตในระดับเดือนและสัปดาห์ ของช่วงเวลาหลายๆปี การดูชาร์ตในระดับของช่วงเวลาที่กว้างขึ้นจะทำให้สามารถมองเป็นแนวโน้มของตลาดในระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น เมื่อทราบถึงแนวโน้มระยะยาวแล้ว จึงจะดูชาร์ตในระดับวันและนาที การดูแนวโน้มในช่วงสั้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ ถึงแม้ว่าคุณจะลงทุนในระยะสั้น คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหากคุณลงทุนในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะกลางและยาว</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">2. วิเคราะห์และไปตามแนวโน้ม</span></span></strong></p>
<p>แนวโน้มของตลาดมีหลายช่วงเวลา ระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น สิ่งแรกคือ คุณต้องรู้ว่าคุณจะลงทุนในระยะเวลาเท่าใด และวิเคราะห์ชาร์ตของช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยที่คุณต้องแน่ใจว่าคุณลงทุนไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มในระยะเวลานั้นๆ ซื้อเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาขึ้น และขายเมื่อแนวโน้มอยู่ในขาลง หากคุณลงทุนในระยะกลาง ให้ใช้ชาร์ตในระดับวันและสัปดาห์ ถ้าคุณลงทุนระยะสั้น ให้ใช้ชาร์ตระดับวันและรายนาที อย่างไรก็ตาม ในแต่ละกรณี ให้ดูแนวโน้มของช่วงเวลาที่ยาวขึ้น และใช้ชาร์ตของช่วงเวลาที่สั้นลงในการหาจุดที่จะเข้าซื้อ-ขาย</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">3. หาจุดสูงสุดและต่ำสุด</span></span></strong></p>
<p>วิเคราะห์แนวรับและแนวต้าน จุดที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อก็คือจุดใกล้แนวรับซึ่งมักจะเป็นจุดต่ำสุดของรอบการซื้อขายที่แล้ว จุดที่ดีที่สุดสำหรับการขายก็คือจุดที่ใกล้แนวต้าน ซึ่งมักจะเป็นจุดสูงสุดของรอบการซื้อขายที่แล้ว หากมีการเคลื่อนผ่านแนวต้าน แนวต้านนั้นจะกลายเป็นแนวรับสำหรับการปรับตัวลดลง อีกนัยหนึ่ง จุดสูงสุดเดิมกลายเป็นจุดสูงสุดใหม่ และเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ราคาทะลุผ่านแนวรับ มักจะมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จุดต่ำสุดเดิมกลายเป็นจุดต่ำสุดใหม่</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">4. รู้ว่าจะไปไกลแค่ไหนจึงจะกลับตัว</span></span></strong></p>
<p>เทียบอัตราส่วนการขึ้น-ลง เป็นเปอร์เซนต์ โดยทั่วไปตลาดจะมีการกลับตัวทั้งขึ้นและลงตามสัดส่วนเปอร์เซนต์ของแนวโน้มของช่วงก่อน คุณสามารถวัดอัตราส่วนของการปรับตัวขึ้นหรือลงของแนวโน้มปัจจุบันได้โดยใช้อัตราส่วนชุดหนึ่งที่มีการกำหนดค่าไว้แล้ว เช่น การกลับตัวขึ้นหรือลง 50%ของแนวโน้มก่อน เป็นอัตราพื้นฐานที่ใช้กันบ่อย อัตราส่วนต่ำสุดของการวัดการดีดกลับ คือ 1/3 ของแนวโน้มก่อน และอัตราส่วนสูงสุดคือ 2/3 อัตราส่วนที่สำคัญและควรให้ความสนในก็คือ อัตราส่วน Fibonacci 36% และ 62% ดังนั้น เมื่อตลาดมีการพักในช่วงแนวโน้มขาขึ้น จะมีจุดซื้อคืนจุดแรกเมื่อตลาดปรับตัวลง 33-38% ของจุดสูงสุด</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">5. ใช้เส้นแนวโน้ม</span></span></strong></p>
<p>เส้นแนวโน้มเป็นหนึ่งในเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีเพียงขอบเขตที่เส้นแนวโน้มแสดงและจุด 2 ตำแหน่งบนชาร์ต เส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดต่ำสุด 2 จุด ที่อยู่ใกล้กัน และเส้นแนวโน้มขาขึ้นวาดโดยใช้จุดสูงสุด 2 จุดใกล้กัน ราคาของหุ้นมักจะเคลื่อนเข้าใกล้เส้นแนวโน้มก่อนที่จะเคลื่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มของมัน หากราคาทะลุผ่านเส้นแนวโน้ม จะแสดงถึงสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้ม เส้นแนวโน้มจะมีผลเมื่อราคาเคลื่อนแตะที่เส้น 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย เส้นแนวโน้มที่ลากได้ยิ่งยาว หมายถึง จำนวนครั้งมากขึ้นของการทดสอบเส้นแนวโน้ม และยิ่งทำให้เส้นแนวโน้มมีความสำคัญมากขึ้น</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">6. ติดตามค่าเฉลี่ย</span></span></strong></p>
<p>หมายถึงการเคลื่อนไหวของเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งจะบอกถึงราคาเป้าหมายที่จะซื้อและขาย เส้นค่าเฉลี่ยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าราคาอยู่ในแนวโน้มเช่นใดและช่วยยืนยันสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม เส้นค่าเฉลี่ยไม่ใช่เครื่องมือที่จะบอกล่วงหน้าว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน รูปแบบของการใช้เส้นค่าเฉลี่ยที่เป็นที่นิยมคือการใช้เส้นค่าเฉลี่ย 2 เส้นเพื่อหาจุดซื้อ-ขาย ค่าที่นิยมใช้สำหรับค่าเฉลี่ยที่ใช้คู่กันคือ 5 วันและ10 วัน, 10 วันและ25วัน, 25 วันและ 50 วัน สัญญาณซื้อ-ขายเกิดขึ้นเมื่อเส้นที่มีค่าเฉลี่ยสั้นกว่าตัดกับเส้นที่ยาวกว่า หรือ เมื่อราคาเคลื่อนผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน เนื่องจากเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆเป็นดัชนีที่เคลื่อนไปตามแนวโน้ม การใช้เส้นค่าเฉลี่ยจึงเหมาะสำหรับตลาดที่ในช่วงที่มีแนวโน้มที่ชัดเจน</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">7. รู้ถึงจุดที่ตลาดกลับตัว</span></span></strong></p>
<p>Oscillators (เครื่องมือที่มีตัวเลข ตั้งแต่ 0 ถึง 100) เป็นดัชนีที่ช่วยชี้บอกจุดที่มีการซื้อหรือขายมากเกินไป ในขณะที่เส้นค่าเฉลี่ยจะช่วยยืนยันว่าตลาดการเปลี่ยนแนวโน้ม Oscillators จะช่วยเตือนล่วงหน้าว่าตลาดเคลื่อนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไป และทำให้เกิดการกลับตัว Oscillators ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Relative Strength Index (RSI) และ Stochastics ทั้งสองตัวนี้จัดเป็นเครื่องมือที่เรียกว่า Oscillators เพราะให้ค่าที่อยู่ในช่วง 0 ถึง 100 เมื่อ RSI มีค่าเกิน 70 จะแสดงถึงการซื้อที่มีมากเกินไป (Overbought) และ ต่ำกว่า 30 แสดงถึงการขายมากเกินไป (Oversold) ค่า Overbought และ Oversold สำหรับ Stochastics คือ 80 และ 20 นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ค่า 14 วันหรือสัปดาห์สำหรับการคำนวณ Stochastics และ 9 หรือ 14 วันหรือสัปดาห์สำหรับ RSI สัญญาณกลับตัวที่เกิดใน Oscillators จะเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังจะกลับตัว เครื่องมือเหล่านี้ใช้ได้ดีเมื่อตลาดอยู่ในช่วงที่เหมาะกับการเล่นเก็งกำไรและไม่แสดงแนวโน้มที่ชัดเจน สัญญาณในระดับสัปดาห์สามารถนำมาใช้ช่วยในการขจัดสัญญาณหลอกและยืนยันสัญญาณในระดับวัน และใช้สัญญาณระดับวันสำหรับยืนยันสัญญาณในรายนาที</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">8. มองเห็นสัญญาณเตือน</span></span></strong></p>
<p>Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นดัชนีวัด (พัฒนาโดย Gerald Appel) ที่รวมเอาระบบการตัดผ่านของเส้นค่าเฉลี่ยและการชี้จุด Overbought/Oversold ของ Oscillators ไว้ด้วยกัน สัญญาณซื้อจะเกิดเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดขึ้นเหนือเส้นที่ช้ากว่า โดยที่ทั้ง 2 เส้นอยู่ต่ำกว่าศูนย์ สัญญาณขายเกิดเมื่อเส้นที่เร็วกว่าตัดลงต่ำกว่าเส้นที่ช้ากว่าที่เหนือศูนย์ สัญญาณในระดับสัปดาห์จะมีน้ำหนักและความสำคัญมากกว่าสัญญาณในระดับวัน MACD histogram ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่ง แสดงถึงส่วนต่างระหว่าง MACD ทั้งสองเส้น สามารถส่งสัญญาณเตือนว่าจะมีการเปลี่ยนแนวโน้มได้เร็วกว่าอีกด้วย</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">9. เป็นแนวโน้มหรือไม่เป็นแนวโน้ม</span></span></strong></p>
<p>Average Directional Index (ADX) เป็นดัชนีที่จะบอกว่าตลาดอยู่ในช่วงที่มีแนวโน้มหรือไม่ และเป็นตัวช่วยวัดว่าแนวโน้มนั้นอยู่ในระดับใด เส้น ADX ที่ชี้ขี้นแสดงถึงแนวโน้มที่มีความชัดเจนมาก ควรใช้เส้นค่าเฉลี่ยในการวิเคราะห์ หากเส้น ADX ปรับตัวต่ำลง แสดงถึงตลาดที่ไม่มีแนวโน้มและเหมาะสำหรับเก็งกำไรระยะสั้น ควรใช้ Oscillators ในการวิเคราะห์ การใช้ ADX ช่วยนักลงทุนในการวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและในการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff6600;text-decoration:underline;">10. รู้จักการดูสัญญาณเพื่อยืนยันแนวโน้ม</span></span></strong></p>
<p>สัญญาณที่ให้การยืนยันรวมถึงปริมาณการซื้อขายและจำนวนการซื้อขายที่มีการลงทุนจากผู้ที่เข้ามาซื้อขายใหม่ (open interest) ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยืนยันแนวโน้มสำหรับตลาดล่วงหน้า ปริมาณการซื้อขายมักจะส่งสัญญาณกลับตัวก่อนที่ราคาจะกลับตัว สิ่งสำคัญคือจะต้องมั่นใจว่ามีปริมาณการซื้อขายอย่างหนาแน่นในทิศทางเดียวกับแนวโน้มปัจจุบัน ในแนวโน้มขาขึ้น ควรมีปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นเพื่อยืนยันว่าแนวโน้มนั้นยังแข็งแรงอยู่ ส่วน open interest ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะช่วยยืนยันว่ามีเงินไหลเข้ามาต่อเนื่องและช่วยหนุนให้แนวโน้มปัจจุบันคงอยู่ หาก open interest ลดลง ย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่าแนวโน้มนั้นใกล้สิ้นสุดลง ดังนั้นราคาที่มีแนวโน้มสูงขึ้นควรจะมีปริมาณซื้อขายและ open interest หนุนอยู่ด้วย</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/217/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/217/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=217&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2011/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%8e-10-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ฝรั่งบุก รอบแรกของปี 2011</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/05/%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/05/%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Apr 2011 06:24:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=213</guid>
		<description><![CDATA[SET ไทยที่ขึ้นเอาๆ แบบนี้ได้ คงไม่ใช่เพราะ นักลงทุนอย่างผม หรือ พนักงานบริษัท ผู้เล่นหุ้นหารายได้พิเศษ ทำให้มันกระเตื้องได้เท่าไหร่หรอก เมื่อวันศุกร์ที่ 01 เมษายน SET ทำ New High ในรอบ 15 ปี ขึ้นไปเป็น สิบจุด ได้เพราะ ฝรั่งซื้อกลุ่มธนาคาร และพลังงานแหลก 8000 กว่าล้านบาท และเหมือนเดิม รายย่อย ขายสวนไป 10000 กว่าล้าน รายย่อยไทยมักจะโดดเดี่ยวนะ&#8230; เพราะ วันนั้น กองทุนก็ซื้อ prop trade ก็ซื้อ ฝรั่งก็ซื้อ ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ก็วิ่งเป็นสิบจุด ฝรั่งก็ซื้อแหลก 6000 กว่าล้าน ย่อยก็ขายสวนหมด ฝรั่ง ชอบ ธนาคาร และพลังงานมาก และหุ้นของกลุ่มพวกนี้ ก็มีผลกับดัชนี SET มากซะด้วย รวมกันสองกลุ่ม น่าจะเกิน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=213&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SET ไทยที่ขึ้นเอาๆ แบบนี้ได้ คงไม่ใช่เพราะ นักลงทุนอย่างผม หรือ พนักงานบริษัท ผู้เล่นหุ้นหารายได้พิเศษ ทำให้มันกระเตื้องได้เท่าไหร่หรอก</p>
<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 01 เมษายน SET ทำ New High ในรอบ 15 ปี ขึ้นไปเป็น สิบจุด ได้เพราะ ฝรั่งซื้อกลุ่มธนาคาร และพลังงานแหลก 8000 กว่าล้านบาท</p>
<p>และเหมือนเดิม รายย่อย ขายสวนไป 10000 กว่าล้าน</p>
<p>รายย่อยไทยมักจะโดดเดี่ยวนะ&#8230; เพราะ วันนั้น กองทุนก็ซื้อ prop trade ก็ซื้อ ฝรั่งก็ซื้อ</p>
<p>ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ก็วิ่งเป็นสิบจุด ฝรั่งก็ซื้อแหลก 6000 กว่าล้าน ย่อยก็ขายสวนหมด</p>
<p>ฝรั่ง ชอบ ธนาคาร และพลังงานมาก และหุ้นของกลุ่มพวกนี้ ก็มีผลกับดัชนี SET มากซะด้วย รวมกันสองกลุ่ม น่าจะเกิน 60% ของ SET นะครับ</p>
<p>มันเป็นแบบนั้น&#8230; สัญญาณอะไรที่ฝรั่งไล่ซื้อ ที่เกิดขึ้น</p>
<p>ผลสรุปตลาดหลังจบวันพุธ (ถ้าผมจำไม่ผิด) ฝรั่งเปิดสถานะ Long (ซื้อ) เอาไว้กว่า หมื่นสัญญา หรือ พันนี่แหล่ะ ซึ่งถือว่า เยอะมาก</p>
<p>เค้าเห็นว่า SET น่าจะขึ้นรึเปล่า เค้าเลย ถือเอาไว้ เพราะ Long เปิดไว้ หุ้นขึ้นได้ตัง Short เปิดไป หุ้นลงได้ตัง</p>
<p>สองตัวนี้ กลับกันก็เสียตัง</p>
<p>ตราบใดที่ ต่างชาติยังมั่นใจว่า ตลาดของไทย ยังไปได้อีก เค้าก็จะซื้อ ซื้อเพื่อเก็งกำไร เมื่อได้ราคาที่เค้าพอใจเค้าก็ขาย</p>
<p>แล้วถามว่า ฝรั่งซื้อเราเห็นเราทำไง ก็ซื้อตามเพราะเห็นว่า เค้าน่าจะยังซื้ออีก ราคามันน่าจะไปได้อีก</p>
<p>ฝรั่งเห็น ก็ซื้อเพิ่ม แต่ก็ เทขายให้กับ พี่ไทยไปด้วย พี่ไทยก็ได้ของแพงกว่าเมื่อวาน ที่ขายให้เค้าไป</p>
<p>ฝรั่งก็ซื้ออีก ยกไปอีก พี่ไทยก็ตามอีก พอต่างชาติ ขนเงินกลับ เค้าก็ขายให้พี่ไทยนั่นแหล่ะ</p>
<p>ที่ยอดสูงๆ ราคาก็ร่วงลงมา พี่ไทยรับไปที่ยอด ต่างชาติบินกลับ</p>
<p>พี่ไทยก็ซัดกันเอง</p>
<p>เพียงแต่ว่า ช่วงนี้พี่ไทยกลัวแบบนั้นจะเกิดขึ้น เพราะหุ้นมันขึ้นมาแรง ก็เลยเกิดการ เทขายใส่ฝรั่ง</p>
<p>มันเลยออกมาสองแบบ คือ ฝรั่งลากไทยไปติดดอย กับ ไทยขายหมูให้ฝรั่ง</p>
<p>สังเกตุได้ชัดที่ว่า ฝรั่งยกครั้งนึงเค้าจะเลือก ธนาคารสลับกับ พลังงาน</p>
<p>วันนี้ยกธนาคาร พรุ่งนี้ยก พลังงาน สลับๆกันไปน่าเวียนหัว</p>
<p>ลองมาดูกราฟ SET กันว่า ทิศทางตอนนี้ไปทางไหน</p>
<p><a href="http://kojiro540.files.wordpress.com/2011/04/set_05_04_2011.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-214" title="SET_05_04_2011" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2011/04/set_05_04_2011.jpg?w=700&#038;h=760" alt="" width="700" height="760" /></a></p>
<p>ช่วงฝรั่งบุก เป็นช่วงที่ ย่อยไทย ชอบกันมาก ความจริงก็ชอบกันทั้งหมดแหล่ะนะ</p>
<p>เงินมันไหลเข้ามา ให้ใช้จ่า่ยกัน เค้าเข้ามาซื้อของเรา เราก็ต้อง happy สิ</p>
<p>อยู่ที่ว่าเราจะตัดสินใจยังไง</p>
<p>1. ขายให้เค้าซะเลย เอาตัง</p>
<p>2. ให้เค้าซื้อของคนอื่นไปก่อน แล้วรอขายให้เค้า ตอนสูงๆกว่านี้</p>
<p>แต่ใครจะรู้ล่ะว่ามันจะสูงถึงแค่ไหน!!!</p>
<p>อย่างที่บอกหรือรู้กันอยู่แล้วว่า หุ้นเวลาวิ่งก็วิ่งไป เรื่อยๆ พอเหนื่อยก็หยุดพักซะหน่อย</p>
<p>แล้วก็วิ่งต่อ จะวิ่งไปทางไหน เปลี่ยนทางวิ่งหรือยังไง ถ้าวิ่งแล้วก็ต้องพัก</p>
<p>ไอ้ที่วิ่งขึ้นตามรูปข้างบนแล้ว ย่อหล่นลงมา แล้วขึ้นต่อ แบบนั้นแหล่ะเค้าเรียกว่า พัก</p>
<p>อย่างที่นักวิเคราะห์เค้าบอกว่า พักฐาน</p>
<p>ตอนนี้ฝรั่งบุก ก็ควรเกาะ กระแสตัวหุ้นตัวที่ ฝรั่งเค้าเห็นว่า มันดีซื้อ แล้วมันพุ่งพยุง SET เอาไว้</p>
<p>พวก ธนาคารขนาดใหญ่ๆอย่าง BBL, KBANK, SCB หรือพลังงาน แซ่ ปตท. หรือถ่านหินอย่าง บ้านปู พวกนี้แหล่ะครับที่จะถูกยกโดยฝรั่ง</p>
<p>ฝรั่งบุกมาเมื่อไหร่ พี่ไทยก็ happy เมื่อนั้น เหมือนกับว่า เค้ามาเที่ยวบ้านเรา</p>
<p>เค้ามาเที่ยว สีลม ภูเก็ต กระบี่ เราก็ไปเปิดร้านขายปลาหมึก เบียร์ ผัดไทย แถวๆโรงแรมดัีงๆ แถวๆหาดยอดฮิต</p>
<p>เราก็มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไม่ยากแล้ว (กระมัง) ครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/213/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/213/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=213&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/05/%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2011/04/set_05_04_2011.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">SET_05_04_2011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความเชื่อกับการเล่นหุ้น</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2011 17:55:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=211</guid>
		<description><![CDATA[ทุกคนต้องมีความเชื่อ ถูกมั้ยครับ? ไม่ว่าจะคนดี คนเลว คนมองโลกแง่ดี หรือมองโลกแง่ร้าย ก็ต้องมีความเชื่อ คนบ้า เค้าไม่อยากพูดกับคนอื่น เค้าก็ต้องมีความเชื่อของเค้า โปรแกรมเมอร์ จอมอาภัพรัก เปิดบริษัทเอง ก็ต้องเชื่อว่า ซัก(สัก ควรใช้ตัวไหน) วันนึง เค้าจะต้องประสบความสำเร็จกับบริษัทที่เค้าทำ จริงมั้ยเบนท์? นักฟิสิกส์น้ำเมา ก็ต้องเชื่อว่า วันนึงเค้าจะค้นพบไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นนวัตรกรรมชิ้นเอกให้โลกได้รู้และจดจำชื่อของเค้าได้ เค้าจึงเดินทางสายวิชาการ ใช่ป่ะปั๊ก? มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอกครับ อยู่ที่คนๆนั้น หรือสังคม จะคิดยังไง มุมใครก็มุมมัน ยกเว้นว่า จะเหี้ย!!! อันนี้ต้องประนาม การลงทุนก็มีเหมือนกันนะครับ ความเชื่อเนี่ยะ มันแบ่งเป็นสองฝ่าย พวกเชื่อในพื้นฐานกิจการ คือเรียกว่า VI หรือ Value Investor กับพวกที่เชื่อในเชิงเทคนิค คือเรียกว่า TA หรือ Technical Analysis พวกนี้ต่างกัน VI จะเชื่อว่า พื้นฐานของกิจการจะเป็นตัวบอกมูลค่าของหุ้น เช่น IVL ต้องขึ้นเพราะมีทรัพย์สินของบริษัทสูง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=211&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกคนต้องมีความเชื่อ ถูกมั้ยครับ?</p>
<p>ไม่ว่าจะคนดี คนเลว คนมองโลกแง่ดี หรือมองโลกแง่ร้าย ก็ต้องมีความเชื่อ</p>
<p>คนบ้า เค้าไม่อยากพูดกับคนอื่น เค้าก็ต้องมีความเชื่อของเค้า</p>
<p>โปรแกรมเมอร์ จอมอาภัพรัก เปิดบริษัทเอง ก็ต้องเชื่อว่า ซัก(สัก ควรใช้ตัวไหน) วันนึง เค้าจะต้องประสบความสำเร็จกับบริษัทที่เค้าทำ จริงมั้ยเบนท์?</p>
<p>นักฟิสิกส์น้ำเมา ก็ต้องเชื่อว่า วันนึงเค้าจะค้นพบไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นนวัตรกรรมชิ้นเอกให้โลกได้รู้และจดจำชื่อของเค้าได้ เค้าจึงเดินทางสายวิชาการ ใช่ป่ะปั๊ก?</p>
<p>มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอกครับ อยู่ที่คนๆนั้น หรือสังคม จะคิดยังไง มุมใครก็มุมมัน ยกเว้นว่า จะเหี้ย!!! อันนี้ต้องประนาม</p>
<p>การลงทุนก็มีเหมือนกันนะครับ ความเชื่อเนี่ยะ</p>
<p>มันแบ่งเป็นสองฝ่าย</p>
<p>พวกเชื่อในพื้นฐานกิจการ คือเรียกว่า VI หรือ Value Investor</p>
<p>กับพวกที่เชื่อในเชิงเทคนิค คือเรียกว่า TA หรือ Technical Analysis</p>
<p>พวกนี้ต่างกัน</p>
<p>VI จะเชื่อว่า พื้นฐานของกิจการจะเป็นตัวบอกมูลค่าของหุ้น เช่น IVL ต้องขึ้นเพราะมีทรัพย์สินของบริษัทสูง และ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ อีกทั้ง กำไรน่าจะดีจากส่วนต่างต้นทุนกับกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจ ผลก็คือ IVL วิ่งเป็นจ้าวเข้าที่ราคาพุ่ง 600% ในเวลาไม่ถึงปี</p>
<p>TA จะเชื่อว่า ราคาและข้อมูลทางสถิติ จะเป็นตัวบอกอยู่แล้วว่า มูลค่าของกิจการจะเป็นยังไง ไม่งั้น ราคาคงไม่ขึ้น มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ เช่น UKEM ขึ้น 60% ในเวลาแค่ 3 วัน พอมองกลับไปก็พบว่า อ๋อเพราะไอ้เจ้าวัตถุดิบ ไอโซเว่น(มันคือไรก็ไม่รู้ แต่รู้ว่า เอาไว้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมอะไรซักอย่าง) มันขาดตลาด แล้ว UKEM เป็นบริษัทใหม่เพิ่งเกิด กลัวว่าจะไปไม่รอด เลย stock ไอ้นี่ไว้ซะเยอะ พอขาดตลาด มันก็เลย มีเยอะน่าจะ ขายโก่งราคาเก็งกำไรได้เยอะ TA เรียกว่า พวกเก็งกำไร Speculator ก็ได้นะครับ</p>
<p>ต่างคนต่างเชื่อไม่ผิด ปล. ผมยกตัวอย่าง ต่างกัน 10 เท่าไม่ใช่เชียร์ VI นะครับเพราะส่วนตัวผมมองว่า มันต้องประกอบกันทั้งสองอย่าง แต่ผมตอนนี้เป็น เม่า TA ครับ เม่าทำไม เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟัง</p>
<p>เพียงแต่ว่า ขอแค่ทำเงินได้ก็พอแล้วครับจริงมั้ย?</p>
<p>นึกย้อนไปก็นึกถึง สตีฟ จ๊อบ กับ บิลเกต</p>
<p>จ๊อบ ชอบคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้โลกได้ว๊าวววววว แต่ เกต กับเก็งกำไร หาโอกาสทางธุรกิจ</p>
<p>สุดท้ายวัดกันที่เงิน เกต ชนะ</p>
<p>แต่ถ้าวัดกันที่เกียรติความเท่ห์ จ๊อบ ชนะเพราะเจ๋งง่ะ!!!</p>
<p>เพียงแต่ สุดท้าย จ๊อบ สร้างบรรทัดฐานให้เทคโนโลยีโลก เช่น MAC OSX หรือ iPhone Multi-Touch</p>
<p>แต่เกต บริจาคทรัพย์สิน 90% มั้ง! ให้องค์กรการกุศลของเค้าที่ตั้งขึ้น</p>
<p>โลกก็ได้ ดีทั้งคู่แหล่ะ</p>
<p>ผมเชื่อใน TA แต่อนาคตจะหา VI มาประดับความรู้ครับ</p>
<p>เพราะผมเชื่อว่า ตอนนี้เงินผมน้อย&#8230; ผมต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มต้นทุน</p>
<p>ดังนั้นผมจึงเก็งกำไร กับราคาหุ้น ส่วนต่างของราคา</p>
<p>ผมจึงทุ่มไปที่กราฟ ในตอนนี้ แล้วถ้าเริ่มอยู่ตัว จะมองไปที่พื้นฐานของกิจการ</p>
<p>ทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น</p>
<p>ก็เพราะ ถ้าผมเก็งกำไรได้วันละ 3% เดือนนึงเล่นหุ้นได้ประมาณ 20 วัน</p>
<p>สมมติผมได้กำไร จากวันนี้ 3000 บาท จากเงินต้น 100000 บาทของผม</p>
<p>วันพรุ่งนี้เงินต้นผมมี เท่าไหร่ครับ 103000 ถูกต้องครับ เก่งมาก</p>
<p>ผมก็เก็งต่อได้อีก 3% สรุป สองวันผมมีเงินต้นเท่าไหร่ครับ 106030 บาทใช่มั้ยครับ?</p>
<p>ซักประมาณ 1 เดือน คือ 20 วันผมได้เท่าไหร่ครับ ประมาณ 100% ของเงิน แสนใช่มั้ยครับ? ลองคิดดูนะ ผมคร่าวๆ</p>
<p>แต่ว่ายิ่งเงินเยอะ ก็ยิ่งเสี่ยง ทำไมเป็นงั้น</p>
<p>อ่านบทความข้างหน้าต่อไปเรื่อยๆ จะรู้เอง(ถ้าไม่ลืมเขียนนะครับ) ฮาาาาาา</p>
<p>ฉะนั้นผมถึงบอกว่า ต่อไปจะนำ VI มาประกอบ เมื่อผมได้เงินต้นที่มากพอ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/211/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/211/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=211&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ซื้อ-ขาย หุ้น</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2011 17:23:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=208</guid>
		<description><![CDATA[ผมนั่งอ่านหนังสือ คัมภีร์หุ้น เล่ม 1 ของ โสภณ ด่านศิริกุล เค้าบอกว่า การซื้อ หุ้นก็เหมือนเราซื้อกิจการ เราอยากเปิดร้านขายของแห้งเล็กๆ ถ้าเด็กศิลปากร ก็นึกถึง ร้านวิภา แถวๆอาร์ตนะครับ แต่เราไม่มีเงินซื้อ ทำเลที่ขาย หรือไม่มีเงิน ซื้อของมาขาย เราก็ซื้อ 7-11 ซะสิ แต่ว่าจะเปิด 7-11 ได้ก็ใช้เงินอีกแล้วทำไมเราไม่ซื้อ กิจการ 7-11 ทางอ้อมล่ะ ก็ซื้อหุ้น CPALL ซะเลย ง่ายดีมั้ยครับ เท่านี้เราก็เหมือนเป็นเจ้าของกิจการแล้ว ในตลาดหุ้น บริษัทเข้ามาก็เพราะอยากได้เงินเพิ่มทุนเพื่อเอาไป ลงทุนขยายกิจการ ใครจะมีเงินเก็บเป็น แสนๆล้านได้ หรือขายอะไรได้เป็นแสนๆล้านด้วยตัวคนเดียว คงไม่มี ก็ต้องระดมเงินทุนเพื่อ เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจตัวเอง เค้าเลยเข้ามาตลาดทุน เพื่อขายหุ้นให้กับ คนที่สนใจในกิจการเค้า แล้วเค้าก็เอาเงินที่ได้มาจากการแลกหุ้น ไปลงทุนเพิ่ม ถ้ากิจการไปได้สวย หุ้นตัวนี้ก็จะมีคนสนใจมาก ได้กำไรปีละเป็น 100% เนี่ยะ เท่ากับว่า บริษัทลงทุนไป 100 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=208&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมนั่งอ่านหนังสือ คัมภีร์หุ้น เล่ม 1 ของ โสภณ ด่านศิริกุล เค้าบอกว่า การซื้อ หุ้นก็เหมือนเราซื้อกิจการ</p>
<p>เราอยากเปิดร้านขายของแห้งเล็กๆ ถ้าเด็กศิลปากร ก็นึกถึง ร้านวิภา แถวๆอาร์ตนะครับ</p>
<p>แต่เราไม่มีเงินซื้อ ทำเลที่ขาย หรือไม่มีเงิน ซื้อของมาขาย เราก็ซื้อ 7-11 ซะสิ แต่ว่าจะเปิด 7-11 ได้ก็ใช้เงินอีกแล้วทำไมเราไม่ซื้อ กิจการ 7-11 ทางอ้อมล่ะ ก็ซื้อหุ้น CPALL ซะเลย</p>
<p>ง่ายดีมั้ยครับ เท่านี้เราก็เหมือนเป็นเจ้าของกิจการแล้ว</p>
<p>ในตลาดหุ้น บริษัทเข้ามาก็เพราะอยากได้เงินเพิ่มทุนเพื่อเอาไป ลงทุนขยายกิจการ ใครจะมีเงินเก็บเป็น แสนๆล้านได้ หรือขายอะไรได้เป็นแสนๆล้านด้วยตัวคนเดียว คงไม่มี ก็ต้องระดมเงินทุนเพื่อ เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจตัวเอง</p>
<p>เค้าเลยเข้ามาตลาดทุน เพื่อขายหุ้นให้กับ คนที่สนใจในกิจการเค้า แล้วเค้าก็เอาเงินที่ได้มาจากการแลกหุ้น ไปลงทุนเพิ่ม</p>
<p>ถ้ากิจการไปได้สวย หุ้นตัวนี้ก็จะมีคนสนใจมาก ได้กำไรปีละเป็น 100% เนี่ยะ เท่ากับว่า บริษัทลงทุนไป 100 บาท สิ้นปี ได้มา 200 บาท ใครจะไม่สนใจบ้างครับ</p>
<p>ก็เท่านั้น คนก็เลยต้องการซื้อมากขึ้น ราคาหุ้นที่เมื่อปีที่แล้วขายที่ 1 บาท เลยเพิ่มเป็น 2 บาท เพราะอะไร</p>
<p>ก็เพราะว่า คนอยากซื้อ 2 คน แต่มีหุ้นเดียว แถมแยกหุ้นออกเป็น 2 ส่วน ไม่ได้ด้วย ก็เลยต้องขายให้กับคนที่ให้ราคาสูงกว่า</p>
<p>นาย A ให้ 1 บาท แต่นาง B ให้ 2 บาท ถ้าคุณมีหุ้นตัวนี้อยู่ 1 หุ้น คุณจะขายให้ใคร</p>
<p>ถ้าให้นาย A เพราะเห็นเป็นเพื่อนกันมานานก็สุดแต่จะแสดงน้ำใจครับ</p>
<p>แต่เป็นผม ให้นาง B นะครับ ได้กำไร 100%</p>
<p>มันเป็นหลักของ ความต้องการซื้อ และ ขาย</p>
<p>ในตลาดก็จะเห็น Bid-Offer</p>
<p>แล้วแบบนี้ ผมมีเงิน จะซื้อหุ้น ผมจะซื้อยังไง ตั้งราคาซื้อใช่มั้ย?</p>
<p>ก็ใช่ครับ สมมติราคาหุ้น CPALL ตอนนี้ที่ 40.00 บาทคือราคาล่าสุดที่มีการซื้อ-ขาย กันเมื่อวาน</p>
<p>วันนี้เปิดตลาดมาก็มีคนเสนอซื้อ-ขายแบบนี้</p>
<p>Bid 40.00 &#8211; Offer 40.25</p>
<p>มีคนเสนอซื้อเข้าคิวที่ 40.00 บาท และมีคนเข้าคิวต้องการขาย ที่ 40.25 บาท</p>
<p>ถ้าคุณอยากได้หุ้น คุณไปเข้าคิวที่ 40.00 บาท ไปต่อแถวเข้าซื้อ</p>
<p>เหมือนซื้อ iPhone ตอนออกใหม่ๆน่ะครับ จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ติ๊ต่างว่า 20000 บาท</p>
<p>ไปเข้าคิวจองที่มาบุญครอง พอไปถึง คนรอต่อคิวมาแล้ว 1000 คน แต่ร้านนี้มีแค่ 100 เครื่อง</p>
<p>ถ้าคุณเป็นคนขาย คุณจะขาย เครื่องละ 20000 บาท หรือคุณจะบอกว่า เอ้าใครให้ราคามากกว่านี้ แซงคิวขึ้นมาได้เลย!!!</p>
<p>เป็นผมอยากได้ มีตัง หล่อ และไม่อยากยืนรอ ก็เดิมไปด้านหน้าและควักให้เค้า 25000 บาท แล้วรับเครื่อง เพราะ ถ้ามี 100 เครื่อง รอเข้าคิวตามราคา 20000 คงไม่ได้แน่</p>
<p>เช่นเดียวกัน ถ้า iPhone4 ออกมา แล้วคนเข้าคิวรอ 1000 คน ราคา 20000 บาท แต่ iPhone3 ไม่มีคนเข้าคิวรอเลย เพราะคนอยากได้ของใหม่มาก</p>
<p>คุณไปซื้อ iPhone3 ก็ได้เลยครับที่ราคาซัก 10000 บาท พ่อค้าขาดทุนไป 10000 บาทเพราะสั่งมาแล้วไม่มีคนซื้อ</p>
<p>ครั้นจะขายเท่าราคาทุนเท่า iPhone4 ก็กลัวจะไม่มีคนซื้อเลย เพราะเก่ากว่า แถมถ้าปล่อยเวลานานไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นขยะอีก ก็เลยลดราคาซะ</p>
<p>ซึ่งตอนนั้นอาจจะยังไม่มีคนซื้อก็ได้ iPhone3 เนี่ยะ เพราะเพิ่มเงินอีกเท่าตัว แต่เจ๋งกว่าเยอะ(สมมตินะ ไม่มี iPhone เลยไม่รู้)</p>
<p>คุณก็เลย ไปที่ร้านบอก ขอ 5000 ได้มั้ย พ่อค้าอาจจะ ไล่กลับมาในวันแรก</p>
<p>แต่วันที่สองก็ถามอีก สามถามอีก จน ครึ่งปี iPhone5 จะออกแล้ว คุณไปถามอีก แต่คราวนี้เล่นตัวหน่อย บอกขอ 3000 พอ</p>
<p>พ่อค้า ยิ้มให้และรีบขายทันที เพราะมันจะตกรุ่นไปไกลแล้ว</p>
<p>นั่นแหล่ะครับ ก็เหมือนกัน ถ้า CPALL ตอนนั้น คนชอบ อยากได้เพราะตอนนั้น 7-11 เอา โดม-ปกรณ์ลัม มายืนขายที่เคาเตอร์ คนอาจจะอยากซื้อของเยอะ กำไรน่าจะดี</p>
<p>พอกำไรน่าจะดี คนก็เลย อยากได้หุ้น CPALL เยอะ เพราะคงได้ปันผลสูง จากกำไรที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>ก็เลยมีหนุ่มรูปงาม บ้านรวย มาซื้อหุ้นที่ 40.25 เพราะขี้เกียจรอต่อคิวที่ 40.00 ทีนี้</p>
<p>ราคาก็จะเป็น</p>
<p>Bid 40.25 &#8211; Offer 40.50 แล้วเพราะ คนที่มี CPALL อยู่เห็นว่า 40.25 ยังไงก็มีคนซื้อแน่ๆ งั้นเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า</p>
<p>ก็เท่านี้ครับ มันมีแค่นั้นจริงๆ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/208/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/208/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=208&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เปิดมุมมอง เริ่มต้นใหม่</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2011 17:02:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investment]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=206</guid>
		<description><![CDATA[ห่างหายไปนานมาก คิดถึงจริงๆกับการเขียนบล็อก ความจริงผมเป็นคนชอบพูด และก็ชอบเสนอไอเดีย จะภูมิใจมากถ้ามีแค่คนรับฟังไอเดียที่ผมเสนอ จะด่า ต่อว่า อะไรก็อยู่บนเหตุผลมาถกเถียงกันก็ยินดีเสมอ แต่โดยนิสัยเป็นคน ขี้เกียจ ไม่ค่อยมีวินัย ชอบการเปลี่ยนแปลง(งงมั้ยครับ ก็คือ หาอะไรใหม่ๆ ให้มันตื่นเต้น) แต่ก็ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ขัดใจตัวเองเท่าไหร่ ที่พูดมาคือจะบอกว่า ผมได้เรียนรู้บางอย่างเพิ่มเติมให้กับชีวิตครับ มันก็คือการลงทุนทางหลักทรัพย์ ผมขอสัมภาษณ์ตัวเองนิดนึงนะครับ ทำไมถึงสนใจด้านนี้ ผลตอบแทนของการลงทุนด้านนี้ มหาศาลครับ แล้วไม่กลัวหรอ การเล่นหุ้น กลัวครับ กลัวขาดทุนอยู่แล้ว ยิ่งทุกคนแนะนำว่า เล่นหุ้นต้องใช้ เงินเย็น คือ เงินก้อนที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้จ่ายอะไร ปล่อยมันเอาไว้ได้ซักระยะ ยาวๆ แล้วไอ้เงินเย็นที่ว่าของผมก็คือ เงินเก็บทั้งชีวิต (แม้ว่าตัวเองจะเก็บเงินไม่ค่อยเก่ง) ถ้าทำเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตให้ ร่อยหรอ ลงไปก็คงเสียใจไม่น้อย เพียงแต่ว่า ถ้าไม่ทำอะไรกับมัน บอกว่าฝากธนาคารเอาไว้ มูลค่าของมันก็ลดลงอยู่ดี ลองคิดดู ถ้านึกย้อนไปตอนไข่แพงๆ กินข้าวกระเพาะหมูสับ เพิ่ม ไข่ จากฟองละ 5-7 บาท ตอนนี้เป็น 10 บาท [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=206&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ห่างหายไปนานมาก คิดถึงจริงๆกับการเขียนบล็อก ความจริงผมเป็นคนชอบพูด และก็ชอบเสนอไอเดีย จะภูมิใจมากถ้ามีแค่คนรับฟังไอเดียที่ผมเสนอ จะด่า ต่อว่า อะไรก็อยู่บนเหตุผลมาถกเถียงกันก็ยินดีเสมอ</p>
<p>แต่โดยนิสัยเป็นคน ขี้เกียจ ไม่ค่อยมีวินัย ชอบการเปลี่ยนแปลง(งงมั้ยครับ ก็คือ หาอะไรใหม่ๆ ให้มันตื่นเต้น) แต่ก็ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ขัดใจตัวเองเท่าไหร่</p>
<p>ที่พูดมาคือจะบอกว่า ผมได้เรียนรู้บางอย่างเพิ่มเติมให้กับชีวิตครับ มันก็คือการลงทุนทางหลักทรัพย์</p>
<p><span style="text-decoration:underline;"><strong>ผมขอสัมภาษณ์ตัวเองนิดนึงนะครับ</strong></span></p>
<p><strong>ทำไมถึงสนใจด้านนี้</strong></p>
<p>ผลตอบแทนของการลงทุนด้านนี้ มหาศาลครับ</p>
<p><strong>แล้วไม่กลัวหรอ การเล่นหุ้น</strong></p>
<p>กลัวครับ กลัวขาดทุนอยู่แล้ว ยิ่งทุกคนแนะนำว่า เล่นหุ้นต้องใช้ เงินเย็น คือ เงินก้อนที่ไม่ได้จำเป็นต้องใช้จ่ายอะไร ปล่อยมันเอาไว้ได้ซักระยะ ยาวๆ แล้วไอ้เงินเย็นที่ว่าของผมก็คือ เงินเก็บทั้งชีวิต (แม้ว่าตัวเองจะเก็บเงินไม่ค่อยเก่ง)</p>
<p>ถ้าทำเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตให้ ร่อยหรอ ลงไปก็คงเสียใจไม่น้อย เพียงแต่ว่า ถ้าไม่ทำอะไรกับมัน บอกว่าฝากธนาคารเอาไว้ มูลค่าของมันก็ลดลงอยู่ดี ลองคิดดู ถ้านึกย้อนไปตอนไข่แพงๆ กินข้าวกระเพาะหมูสับ เพิ่ม ไข่ จากฟองละ 5-7 บาท ตอนนี้เป็น 10 บาท แล้วก็มี เท่ากับ เงินมันมีมูลค่าลดลงไปหลายเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ</p>
<p>ไอ้ที่รัฐบาลบอกว่า เงินเฟ้อ 2% น่ะ ลองคิดในชีวิตจริงดูนะครับว่า เฟ้อจริงๆเท่าไหร่ น้ำมันขึ้นราคา เติม 1000 บาท เมื่อก่อนได้กี่ลิตร แล้วตอนนี้ได้กี่ลิตร ผมคำนวนคร่าวๆ ช่วงที่น้ำมันดีดขึ้นมา ผมเติม แก๊สโซฮอล 95 1000 บาท ครั้งนึกได้ประมาณ 29 ลิตร แล้วตอนนี้อยู่ที่ 27 ลิตร ตีซะว่า 34 บาทต่อลิตร หายไป 2 ลิตร เงินผมมูลค่าลดลงไป ตั้ง 70 บาท เท่ากับ 7% ภายใน 1-2 เดือนเงินเฟ้อตั้ง 7% แหน่ะ</p>
<p>ไม่อยากจะนับ น้ำมันปาล์ม ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม ราคายาง หรือ อย่างอื่นนะครับ</p>
<p>ดังนั้นผมก็เลยอยากเพิ่มจำนวนเงินให้เพิ่มมากขึ้น พูดง่ายๆอยากรวยครับ ก็เลยต้องเผชิญหน้ากับความกลัวนี้ และพยายามหาทางเอาชนะมัน</p>
<p><strong>แล้วไม่กลัวขาดทุนหรอ เจ๊งหมดตัว</strong></p>
<p>กลัวครับ แต่ผมมองว่า บางคนทำไมรวย ปี 2010 ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 100% เพราะอะไร หุ้น IVL ขึ้นไป 600% ภายใน 9 เดือน ทำไมเราไม่เกาะตรงนี้ ทำไมมีคนเจ๊งมาก แล้วทำไมก็มีคนรวยมาก</p>
<p>คนนึงเสียเงินให้ตลาดไป เป็นแสน เป็นล้าน แล้วเงินหายไปไหน ก็ต้องไปอยู่ที่ใครซักคน ทำไมเราไม่เป็นคนกลุ่มนั้นที่ได้เงิน ผมเลยต้องหาทางให้ ตัวเองเล่นหุ้นแล้วไม่เจ๊ง ครับ ต้องเป็นคนส่วนน้อยให้ได้</p>
<p><strong>แล้วจะทำยังไงถึงจะ รวยหุ้นได้</strong></p>
<p>ก็ต้องศึกษาสิครับ ผมพยายามศึกษาอยู่</p>
<p><strong>แล้วพร้อมรึยัง</strong></p>
<p>ยังครับ รู้ตัวว่ายังไม่พร้อม แม้จะได้กำไรแต่ไม่เรียกว่า รวยแบบยั่งยืน ทำกำไรได้ 20% ใน 3 วันผมไม่ถือว่ารวยหรอกครับ หรือประสบความสำเร็จหรอกครับ เพราะทำไม่ได้ทุกครั้ง ถ้าผมบอกตัวเองว่า ประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ ผมมองตลาดออก แล้วรู้ว่า การลงทุนแต่ละครั้งของผม ผมไปถูกทาง คือ ทำเงินให้ผมได้</p>
<p>แล้วจะทำยังไง</p>
<p>ก็ต้องศึกษาต่อไปเรื่อยๆ ไงล่ะครับ แล้วก็ดูตัวเองว่า ทำอะไรลงไปบ้าง สำเร็จเพราะอะไร แล้วล้มเหลวเพราะอะไร แล้วก็ดูว่า แก้ไขยังไงดี แล้วก็ทำตามนั้น</p>
<p><strong>แล้วทำรึยัง</strong></p>
<p>กำลังทำนี่ไงครับ!!!!</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/206/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/206/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=206&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2011/04/02/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นับถอยหลัง อชิคางะ</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/24/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/24/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2009 06:04:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Japanese History]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=183</guid>
		<description><![CDATA[ช่างน่าเสียดาย กับความยิ่งใหญ่ ของตระกูล อชิคางะ เป็นอย่างยิ่ง ตระกูลซึ่งถือเป็น สัญลักษณ์ แห่งความกล้าหาญ และแบบฉบับของนักรบ บนหลังม้าผู้เจนสงคราม ปราบปรามแดนเถื่อน ภาพของ โชกุน ทาคาอุจิ นักรบผู้กล้าหาญ ของ อชิคางะ ในวัน ที่สงคราม โอนิน สิ้นสุดลง ก็เสมือนเป็นวันเริ่ม แห่งความหวังของเหล่า ไดเมียว ทั่วแ่ว่นแคว้น เหล่า ไดเมียว ทั่วหล้า ต่างเฝ้าดู สังเกตุสถานการณ์ สงคราม โอนิน อย่างไม่วางตา สายลับ นินจา ชิโนบิ ของแ่ต่ละตระกูล ถูกส่งไป ยังเกียวโต อย่างไม่ขาดสาย ว่ากันว่า เส้นทาง รอยเท้า ของชาวบ้านในเวลานั้น ดูจางกว่าปกติมาก คงเป็นเพราะ ผู้ที่สัญจรนั้น ไม่ใช่ชาวนา หรือ คนธรรมดา แต่เป็น บรรดา นินจา ของไดเมียว ทั้งหลายก็เป็นได้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=183&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่างน่าเสียดาย กับความยิ่งใหญ่ ของตระกูล อชิคางะ เป็นอย่างยิ่ง ตระกูลซึ่งถือเป็น สัญลักษณ์ แห่งความกล้าหาญ และแบบฉบับของนักรบ บนหลังม้าผู้เจนสงคราม ปราบปรามแดนเถื่อน</p>
<p style="text-align:center;">
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 257px"><img title="ภาพของโชกุน อชิคางะ ทาคาอุจิ" src="http://www.samurai-archives.com/image/takauji2.jpg" alt="Ashikaga Takauji" width="247" height="259" /><p class="wp-caption-text">Ashikaga Takauji</p></div>
<address>ภาพของ โชกุน ทาคาอุจิ นักรบผู้กล้าหาญ ของ อชิคางะ</address>
<p>ในวัน ที่สงคราม โอนิน สิ้นสุดลง ก็เสมือนเป็นวันเริ่ม แห่งความหวังของเหล่า ไดเมียว ทั่วแ่ว่นแคว้น</p>
<p>เหล่า ไดเมียว ทั่วหล้า ต่างเฝ้าดู สังเกตุสถานการณ์ สงคราม โอนิน อย่างไม่วางตา</p>
<p>สายลับ นินจา ชิโนบิ ของแ่ต่ละตระกูล ถูกส่งไป ยังเกียวโต อย่างไม่ขาดสาย</p>
<p>ว่ากันว่า เส้นทาง รอยเท้า ของชาวบ้านในเวลานั้น ดูจางกว่าปกติมาก</p>
<p>คงเป็นเพราะ ผู้ที่สัญจรนั้น ไม่ใช่ชาวนา หรือ คนธรรมดา แต่เป็น บรรดา นินจา ของไดเมียว ทั้งหลายก็เป็นได้</p>
<p>ว่ากันว่า หมู่บ้าน หลายแห่ง ของแคว้น อิงะ ต่างถูกมอบ บรรดาศักดิ์ให้มากมาย</p>
<p>อย่างเช่น <strong>ตระกูล ฮัตโตริ </strong>อันโด่งดัง ก็ถูก<strong> ตระกูล มัตสึไดระ แห่ง มิคาวะ</strong> ดึงไปเป็นพวก ในตอนนี้เอง</p>
<p>ญี่ปุ่นในขณะนั้น ตามแต่ละภูมิภาค จะมีไดเมียว ปกครองอยู่ แต่ ส่งส่วยให้กับ ตระกูลอชิคางะ ที่อยู่เกียวโต</p>
<p>ในช่วงเวลา ต่างๆ แต่ละตระกูล ก็มีการรบ พุ่งกันตามชายแดน ของตระกูล ตัวเองอย่างไม่ขาดสายอยู่ เป็นปกติ หากแต่ เมื่อสงคราม โอนิน เริ่มและสิ้นสุด</p>
<p>เป้าหมายของแต่ละตระกูล กลับไม่ใช่เพียง เดินแดนเพื่อนบ้าน 10 หรือ 100 กิโล แล้วแต่กลับเป็น เกาะญี่ปุ่น ทั้งหมด</p>
<p>ตระกูลใหญ่ที่พอจะ นับว่ามีสิทธิ์ ครอบครองใต้หล้า ตั้งตนเป็น โชกุนผู้ปราบแดนเถื่อน(เซอิ-ไท โชกุน) ก็เห็นจะไม่พ้น</p>
<ul>
<li>อิมางาวะ (Imagawa)</li>
<li>โอดะ (Oda)</li>
<li>ทาเคดะ (Takeda)</li>
<li>อุเอะสึงิ (Uesugi)</li>
<li>โฮโจ (Hojo)</li>
<li>โมริ (Mori)</li>
</ul>
<p style="text-align:center;">
<div id="attachment_185" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/sengoku.gif"><img class="size-medium wp-image-185" title="sengoku map" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/sengoku.gif?w=300&#038;h=269" alt="sengoku map" width="300" height="269" /></a><p class="wp-caption-text">sengoku map</p></div>
<address>แผนที่ ยุค เซนโกกุ ละเขตปกครองของแต่ละตระกูล</address>
<p>ในสภาวะที่ไร้อำนาจของ อชิคางะ เหล่าบรรดาไดเมียวดูเหมือนจะ ขยายอำนาจของตัวเอง เรื่อยๆ</p>
<p>โดยดูจาก<strong> ตระกูลโฮโจ</strong> ได้สร้างปราสาทอันยิ่งใหญ่ของตนเองซึ่งเป็นการแสดงอำนาจ และบารมี ของตนเอง ในปี 1493 โดยเหมือน กับเป็นการตอกย้ำ ความอ่อนแอของโชกุน</p>
<p>มันแสดงให้เห็น อำนาจเหนือเขตปกครอง แถบคันโต ของตระกูล โฮโจ ซึ่งนำโดย <strong>โฮโจ โซอัน</strong></p>
<p>หรือการ งดเว้น การส่งส่วย ให้กับ อชิคางะ ของ<strong>ตระกูล โมริ</strong> ก็ยิ่งทำให้ ภาพความอ่อนแอของ อชิคางะ ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p>และไม่นานนัก ตระกูลต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น <strong>ทาเคดะ , อิมางาวะ , อุเอสึงิ , หรือ โฮโจ</strong> ก็ต่างหันหลังให้กับ ความภักดี ต่อ โชกุนที่อ่อนแอ ของพวกเขา</p>
<p>ในที่สุด เมื่อเงินไม่มีพอ จะเลี้ยงดูกำลังทหาร ส่วนที่เหลือในคงคลัง กลับหมดไปกับ ศิลปะอันเพลิดเพลินของโชกุนคนก่อน โยชิมาสะ ยิ่งทำให้ อำนาจของ อชิคางะ หลุดลอยไปในอากาศ แบบไม่มีทาง คว้ากลับมาได้ ตลอดกาล</p>
<p>ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ที่ทำลายล้าง ญี่ปุ่น อย่างแผ่นดินไหว ยังช่วยเร่งปฏิกิริยา ของเหล่า ไดเมียว ให้รีบกระด้างกระเดืองต่อ อชิคางะ อีกด้วย ในขณะที่ ประชาชนก็หมดศรัทธา ต่อ อำนาจโชกุนของ อชิคางะ ไปด้วยความยากลำบาก ที่ต้องเผชิญ เองโดยไม่มีความช่วยเหลือใดๆ จากผู้นำสูงสุดของพวกเขา</p>
<p>ตระกูลแรกที่ดูเหมือนจะ ต้องการล้มล้างอำนาจโชกุนอย่างเปิดเผย ดูเหมือนจะเป็น <strong>ตระกูล อิมางาวะ</strong> แห่ง <strong>ซุรุงะ</strong> ซึ่งนำโดย <strong>อิมางาวะ โยชิโมโตะ </strong>ผู้สืบเชื้อสายมาจาก จักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ทำให้เขาและตระกูล มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะล้มล้าง อชิคางะ และขึ้นเป็น โชกุนเสียเอง</p>
<p>อิมางาวะ เคลื่อนทัพในปี 1559 เพื่อเข้ายึดครองโตเกียว โดยไม่ต้องห่วงว่า โฮโจ ศัตรูคู่แค้น จะแว้งกัด เพราะมีพันธมิตร ที่เข้มแข็งอย่าง ทาเคดะ แห่ง คาอิ คอยตรึงกำลังให้</p>
<p>กองทัพ อันยิ่งใหญ่ของ อิมางาวะ ได้เริ่มเคลื่อนพลแล้ว ญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนแปลง เส้นทางมุ่งสู่ เกียวโต ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรืออาจจะเป็น หายนะของตระกูล ซึ่งปกครองดินแดนอันเป็นทางผ่านสู่อำนาจ</p>
<p><strong>อิมางาวะ โยชิโมโตะ เคลื่อนทัพเข้าเหยียบ ดินแดนของ โอดะ แล้ว&#8230;</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/183/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/183/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=183&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/24/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.samurai-archives.com/image/takauji2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ภาพของโชกุน อชิคางะ ทาคาอุจิ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/sengoku.gif?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">sengoku map</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นกลียุค สงครามโอนิน</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2009 10:39:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Japanese History]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าหากจะพูดถึง ยุคที่เท่ห์ และมีเสน่ห์ที่สุดของ จีนก็คงต้องบอกว่า ยุค 3 ก๊ก แต่สำหรับซามูไร ยุคที่ควรกล่าวถึงยุคหนึ่งก็คือ ยุคสงครามกลางเมือง หรือ เซนโกกุจินได เซนโกกุจินได นั้นขอเรียกสั้นๆว่า ยุคเซนโกกุ เป็นยุคที่ขุนศึกต่างแย่งกันมีอำนาจ ครอบครองประเทศ สงครามโอนิน จุดเริ่มแห่งยุคเซนโกกุ ในวันที่ โชกุน อชิคางะ โยชิมาสะ ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 8 ของตระกูล อชิคางะ เกิดความคิดว่าอยากจะสละอำนาจ เพื่อไปทุ่มเทเวลาให้กับ การชงชา ศิลปะการฟ้อนรำ การปั้นเครื่องปั้นดินเผา และ เล่นโกะริมน้ำ รูป โยชิมาสะ แต่ด้วยความที่ไม่มีทายาทสืบสกุล กับเมียที่ชื่อ โทมิโกะ ทำให้ท่านโชกุน แต่งตั้ง น้องชายของตนซึ่งบวชเป็นพระ ชื่อ โยชิมิ ขึ้นมาเป็นรัชทายาท แต่ด้วยความที่โชคชะตาเล่นตลก โชิมาสะกับ โทมิโกะ ได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันให้กำเนิด ทารกเพศชาย ผู้ที่จะสามารถมาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังได้ในที่สุด และแล้วเรื่องทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ทุกๆ คนรู้ๆกันอยู่ เกิดการแย่งชิงอำนาจ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=177&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าหากจะพูดถึง ยุคที่เท่ห์ และมีเสน่ห์ที่สุดของ จีนก็คงต้องบอกว่า ยุค 3 ก๊ก</p>
<p>แต่สำหรับซามูไร ยุคที่ควรกล่าวถึงยุคหนึ่งก็คือ ยุคสงครามกลางเมือง หรือ เซนโกกุจินได</p>
<p>เซนโกกุจินได นั้นขอเรียกสั้นๆว่า ยุคเซนโกกุ เป็นยุคที่ขุนศึกต่างแย่งกันมีอำนาจ ครอบครองประเทศ</p>
<p><span style="text-decoration:underline;"><strong>สงครามโอนิน จุดเริ่มแห่งยุคเซนโกกุ</strong></span></p>
<p style="padding-left:30px;">ในวันที่ โชกุน <strong>อชิคางะ โยชิมาสะ</strong> ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่น <strong>รุ่นที่ 8</strong> ของตระกูล อชิคางะ เกิดความคิดว่าอยากจะสละอำนาจ เพื่อไปทุ่มเทเวลาให้กับ การชงชา ศิลปะการฟ้อนรำ การปั้นเครื่องปั้นดินเผา และ เล่นโกะริมน้ำ</p>
<address><img class="aligncenter size-medium wp-image-192" title="ashikaga_yoshimasa" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/ashikaga_yoshimasa.jpg?w=300&#038;h=269" alt="ashikaga_yoshimasa" width="300" height="269" />รูป โยชิมาสะ<br />
</address>
<p style="padding-left:30px;">แต่ด้วยความที่ไม่มีทายาทสืบสกุล กับเมียที่ชื่อ โทมิโกะ ทำให้ท่านโชกุน แต่งตั้ง น้องชายของตนซึ่งบวชเป็นพระ ชื่อ <strong>โยชิมิ</strong> ขึ้นมาเป็นรัชทายาท</p>
<p style="padding-left:30px;">แต่ด้วยความที่โชคชะตาเล่นตลก โชิมาสะกับ โทมิโกะ ได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันให้กำเนิด ทารกเพศชาย ผู้ที่จะสามารถมาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังได้ในที่สุด</p>
<p style="padding-left:30px;">และแล้วเรื่องทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ทุกๆ คนรู้ๆกันอยู่ เกิดการแย่งชิงอำนาจ ของผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย คือฝ่าย รัชทายาทคือ ฝ่ายของ <strong>โยชิมิ</strong> และ ฝ่ายผู้ที่สนับสนุน รัชทายาทโดยกฏหมาย ฝ่ายของ <strong>ลูกชายโยชิมาสะ</strong></p>
<p style="padding-left:30px;">ฝ่ายของ โยชิมิ นั้นได้ <strong>ยามานะ โซเซน</strong> พระนักรบผู้มีอำนาจสูงลิ่วในเกียวโต ให้การสนับสนุน ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็น 1 ใน 3 ของตระกูล หัวหน้าพ่อบ้านของ อชิคางะ เองนั่นคือ <strong>โฮโซกาวะ คัตสึโมโตะ</strong> ทั้งยังเป็นลูกบุญธรรมของ <strong>ยามานะ โซเซน</strong> อีกตะหาก</p>
<p style="padding-left:30px;text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-194" title="img_07_katsumoto" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/img_07_katsumoto.jpg?w=294&#038;h=221" alt="img_07_katsumoto" width="294" height="221" />รูปปั้น คัตสึโมโตะ</p>
<p style="padding-left:30px;">ยามานะ โซเซน ได้กำลังเสริมจากขุนศึกเฒ่า ผู้ทะเยอทะยาน <strong>โออุจิ มาซาฮิโร่</strong></p>
<p style="padding-left:30px;">ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างดูเชิงและกดดันกันด้วยการเคลื่อนย้ายกำลังพล ไปโน้น ไปนี่ จนทำให้เกิดความอึดอัดทั้ง เกียวโต แต่แล้ว วันเริ่มต้นก็เกิดขึ้น เมื่อกลางดึกคืนหนึ่งของ<span style="color:#808000;"> เดือนกันยายน ปี 1467</span> <strong>คฤหาส ของ โฮโซกาวะ คัตสึโมโตะ ถูกลอบวางเพลิงโดยจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ สงครามจึงเปิดฉากขึ้น</strong></p>
<p style="padding-left:30px;">สงครามระหว่าง พ่อบุญธรรม ผู้เป็นพระ กับ ลูกบุญธรรม ที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องของชาวบ้านก็เกิดขึ้น ประเมินกำลังกันแล้ว ฝ่าย พ่อ มีประมาณ <strong>85,000 นาย</strong> บวกกับ โออุจิ มาซาฮิโร่ อีก <strong>20,000 นาย</strong> ก็เป็น <strong>105,000 นาย</strong> ส่วนฝ่ายของ ลูกมีประมาณ <strong>80,000 นาย</strong> เป็นการรบที่ยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร</p>
<p style="padding-left:30px;"><img class="alignnone" title="สงครามโอนิน" src="http://wiki.samurai-archives.com/images/0/08/Ouninnoran.jpg" alt="" width="710" height="334" /></p>
<p style="padding-left:30px;">ชื่อการรบนี้ เรียกว่า <strong>สงคราม โอนิน</strong> เนื่องมาจาก เกิดขึ้นใน<strong>ปี โอนินที่ 1 </strong></p>
<p style="padding-left:30px;">
<p style="padding-left:30px;">โฮโซกาวะ เชื่อว่า มือดีที่ เผาบ้านของเขาคือฝ่าย โซเซน ดังนั้น เขาจึงตอบโต้ด้วย การเผาทำลายท่าเรือส่งเบียงของ โซเซน โดยอ้างว่า ฝ่าย โซเซน จะทำการยกพล ขึ้นท่าเรือนี้ เพื่อทำการโจมตี พระราชวังของ<strong>จักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ</strong> โฮโซกาวะ ใช้ความจงรักภักดี ที่มีต่อ จักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ และกล่าวหาว่า พวกโซเซนนั้นเป็นพวกนอกรีต ไม่เคารพต่อสายเลือดแห่งพระเจ้า</p>
<p style="padding-left:30px;">จักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ และ อดีต<strong>จักรพรรดิ์ ฮานะโซโนะ สละราชสมบัติ</strong> จึงได้ เสด็จ จากพระราชวัง ไปพำนักที่เขตบัญชาการของโชกุน ซึ่งถือว่าฐานอำนาจของ โฮโซกาวะ ณ ขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยจากการโจมตีของ โซเซน</p>
<p style="padding-left:30px;">ในสิ้นเดือนแห่งความโกลาหลนั้น เหล่าผู้สนับสนุน โฮโซกาวะ ได้เผาบ้านของ โซเซน เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับบ้านของ โฮโซกาวะ ทางด้าน โซเซนจึงตอบโต้กลับด้วยการ สังหารหมู่อย่างเหี้ยมโหด กับเหล่าบรรดา ชาวเมืองทางเหนือ ของเกียวโต ซึ่งเป็นฐานเสียงของ โฮโซกาวะ และเผาทำลายบ้านเรือนจนสิ้นซาก นักประวัติศาสตร์ ได้กล่าวว่า ความเสียหายราวกับ สงครามโลก ครั้งที่ 1 เลยทีเดียว</p>
<p style="padding-left:30px;">โฮโซกาวะ นั้นดูจะเป็นรองอยู่มาก แต่ก็ได้ดึงประชาชนส่วนใหญ่ให้สนับสนุนเขาด้วยการ บอกให้ โชกุนและจักรพรรดิ์ ประกาศว่าทาง โซเซน นั้นเป็นกบฏ แต่สถานการณ์ความรุนแรงก็ไม่ดีขึ้น และยังมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่องมาอีกหลายปี</p>
<p style="padding-left:30px;">ขุนศึกตระกูลต่างๆ บริเวณรอบเกียวโตและภาคกลาง ต่างเข้ารวมในสงครามของทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าในปี 1473 โซเซนและ คัตสึโมโตะ จะเสียชีวิตในสงครามไปแล้วก็ตาม สงครามก็ไม่มี ทีท่าว่าจะยุติลงได้</p>
<p style="padding-left:30px;">และในปีเดียวกับที่ โซเซน และ คัตสึโมโตะ พลีชีพ ในสงคราม โชกุน โยชิมาสะ ที่แม้ว่าอยู่ในกลียุค แต่ก็ไม่วายจะ เสริมความสุขด้วยการ ชงชา ดีดพิณ และปั้นงานศิลปะ ก็ตัดสินใจ สละตำแหน่ง โชกุนให้กับลูก ของเขา <strong>โยชิฮิสะ</strong></p>
<p style="padding-left:30px;">ด้วยแรงกดดัน ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นกบฏของฝ่าย โซเซน จากฝ่าย โฮโซกาวะ ทำให้ มาซาฮิโระ ขุนศึกผู้สืบสานเจตนารมณ์ของโซเซน ตัดสินใจ ถอนกำลังทั้งหมดออกจากเกียวโต ในปี 1677</p>
<p style="padding-left:30px;">เป็นอันว่า สงครามโอนิน กินเวลา 10 ปีพอดิพอดี</p>
<p style="padding-left:30px;">นี่คือในแง่ทฤษฏี</p>
<p style="padding-left:30px;"><strong>แม้ว่า สงคราม โอนิน จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคเซนโกกุ สงครามกลางเมือง ของเหล่าขุนศึกยาวนานกว่า 130 ปีต่อมา</strong></p>
<p>จากการทำสงครามแย่งชิงตำแหน่ง โชกุน ของ 2 ฝ่าย แต่โชกุน <strong>อชิคางะ โยชิมาสะ </strong>กลับไม่สามารถ แก้ปัญหาคาวมรุนแรงได้เลยซักอย่าง เพราะถึงแม้ว่าจะเกิดสงคราม แต่โชกุนเองกลับ ยังเพลิดเพลินกับ รสชา และรูปทรงของเครื่ืองปั้นดินเผา ทำให้เหล่าขุนศึกตามท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ พากันลุกขึ้น ต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันเป็นใหญ่ ทำให้เกิด ยุคเซนโกกุขึ้นมา</p>
<p><span style="text-decoration:underline;"><em><strong>***********แก้ไข ข้อมูลให้ถูกต้อง และเพิ่มเติม ครับ</strong></em></span>*************</p>
<address><strong>เพิ่มเติม :</strong> ญี่ปุ่นจะเรียกปี ตามชื่อ จักรพรรดิ์เสวยราช อย่าง ปีโอนิน ที่ 1 ก็คือ ปีแรกของการครองราชของจักรพรรดิ์ โอนิน นั่นเอง</address>
<address>กลุ่มพระนักรบนั้นจะถูกเรียกว่า อิคโค-อิคคิ ซึ่งหมายถึง รวมเอาพระนักรบ และ ชาวนาที่ศรัทธา ในศาสนา เข้าไปด้วย โดยการออกรบของพวกนี้ จะไม่กลัวตายในสนามรบ โดยแทบจะไม่มีเสื้อเกราะสวมใส่ มีเพียงหัวใจ ที่ศรัทธาในศาสนา โดยเชื่อว่า การตายในสนามรบจะได้ขึ้นสวรรค์ เวลาออกรบ พวกนี้จะเดินไปสวดมนต์ ไปด้วย<br />
</address>
<address>ในยุคของการแก่งแย่งอำนาจ จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองนั้น ก่อกำเนิน นักดาบและนักสู้ที่ยอดเยี่ยมหลายต่อหลายคน เช่นในยุคต้นของเซนโกกุ(อาจรวมสงครามโอนิน) ก็จะมี ทสึงาฮาระ โบคุเดน, คามิอิสึมิ อิเซะโนะคามิ ฮิเดทสึนะ (ความจริง รู้จักแค่นี้ ^_^)<br />
</address>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/177/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/177/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=177&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/ashikaga_yoshimasa.jpg?w=300" medium="image">
			<media:title type="html">ashikaga_yoshimasa</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/img_07_katsumoto.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">img_07_katsumoto</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://wiki.samurai-archives.com/images/0/08/Ouninnoran.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">สงครามโอนิน</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>บอกกล่าว</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2009 06:31:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blah Blah Blah ...]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=175</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ขออภัยก่อนเลยนะครับว่า เรื่อง ถ่ายภาพผมขอพักไว้ก่อน งานเยอะ เรื่องเยอะ เลยไม่มีเวลา ทำภาพประกอบเลย ผมเลยขอถือโอกาสนี้ พักไว้ก่อน เรื่องที่จะมาแทรก จะเป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่น และ ประวัติศาสตร์ นักดาบ และ ขุนศึกสำคัญ ของญี่ปุ่นนะครับ ที่เป็นความรู้ที่เกิดจากความสนใจ ขอตัวเอง ก็แค่นั้น ขอบคุณครับ<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=175&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ</p>
<p>ขออภัยก่อนเลยนะครับว่า เรื่อง ถ่ายภาพผมขอพักไว้ก่อน</p>
<p>งานเยอะ เรื่องเยอะ เลยไม่มีเวลา ทำภาพประกอบเลย ผมเลยขอถือโอกาสนี้ พักไว้ก่อน</p>
<p>เรื่องที่จะมาแทรก จะเป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่น และ ประวัติศาสตร์ นักดาบ และ ขุนศึกสำคัญ ของญี่ปุ่นนะครับ ที่เป็นความรู้ที่เกิดจากความสนใจ ขอตัวเอง</p>
<p>ก็แค่นั้น ขอบคุณครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/175/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/175/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=175&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/19/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>[Photograph] Intro the Shutter</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/04/photograph-intro-the-shutter/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/04/photograph-intro-the-shutter/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 10:36:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[เรารู้แล้วว่า ปัจจัย ในการควบคุมแสงมี 3 สิ่งก็คือ Shutter Speed Aperture ISO วันนี้ขอพูดเรื่อง Shutter Speed ก่อนนะครับ อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า มันคือความเร็วในการ เปิด-ปิด การรับแสงเข้า Image Sensor ขอยกภาพตัวอย่างนะครับ เริ่มแรก ตอนนี้ ยังไม่เกิดอะไรขี้น เราเห็นกระจกสะท้อนสำหรับให้เราเห็นภาพในช่องมองภาพ ยังปิดอยู่นะครับ ตามมาด้วย เมื่อเรากดถ่ายภาพ สิ่งที่เห็นในภาพก็คือ ม่านชัตเตอร์นะครับ กระจกได้ยกตัวขึ้นไปแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมหลีกทางให้กับแสงที่กำัลังจะเข้า Image Sensor ต่อมา ม่านชัตเตอร์ เลื่อนลง ถึงครึ่งทาง เห็นว่า ม่านชัตเตอร์เปิดแล้วนะครับ ในภาพเลื่อนลงครับ ถึงครึ่งทางเราจะเห็น Image Sensor อยู่ด้านใน Image Sensor ครับ เราจะเห็น Image Sensor นะครับเพราะม่านชัตเตอร์ได้เลื่อนลงมาสุดแล้ว ตอนนี้ Image Sensor ก็จะรับแสง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=173&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรารู้แล้วว่า ปัจจัย ในการควบคุมแสงมี 3 สิ่งก็คือ</p>
<ul>
<li>Shutter Speed</li>
<li>Aperture</li>
<li>ISO</li>
</ul>
<p>วันนี้ขอพูดเรื่อง Shutter Speed ก่อนนะครับ</p>
<p>อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า มันคือความเร็วในการ เปิด-ปิด การรับแสงเข้า Image Sensor ขอยกภาพตัวอย่างนะครับ</p>
<p>เริ่มแรก</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-162" title="m_1" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/m_1.jpg?w=450&#038;h=318" alt="m_1" width="450" height="318" /></p>
<p>ตอนนี้ ยังไม่เกิดอะไรขี้น เราเห็นกระจกสะท้อนสำหรับให้เราเห็นภาพในช่องมองภาพ ยังปิดอยู่นะครับ</p>
<p>ตามมาด้วย เมื่อเรากดถ่ายภาพ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-169" title="1" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/1.jpg?w=450&#038;h=318" alt="1" width="450" height="318" /></p>
<p>สิ่งที่เห็นในภาพก็คือ ม่านชัตเตอร์นะครับ กระจกได้ยกตัวขึ้นไปแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมหลีกทางให้กับแสงที่กำัลังจะเข้า Image Sensor</p>
<p>ต่อมา ม่านชัตเตอร์ เลื่อนลง ถึงครึ่งทาง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-165" title="21" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/21.jpg?w=450&#038;h=318" alt="21" width="450" height="318" /></p>
<p>เห็นว่า ม่านชัตเตอร์เปิดแล้วนะครับ ในภาพเลื่อนลงครับ ถึงครึ่งทางเราจะเห็น Image Sensor อยู่ด้านใน</p>
<p>Image Sensor ครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-163" title="3" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/3.jpg?w=450&#038;h=318" alt="3" width="450" height="318" /></p>
<p>เราจะเห็น Image Sensor นะครับเพราะม่านชัตเตอร์ได้เลื่อนลงมาสุดแล้ว ตอนนี้ Image Sensor ก็จะรับแสง ไปครับ จนกว่าม่านชัตเตอร์ด้านบนจะเลื่อนลงมาปิด</p>
<p>ม่าน Shutter เลื่อนมาปิด</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-166" title="4" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/4.jpg?w=450&#038;h=318" alt="4" width="450" height="318" /></p>
<p>เห็นว่า ม่านชัตเตอร์ด้านบน เลื่อนลงมาปิดแล้วนะครับ อย่าสับสน เพราะ ม่านชัตเตอร์จะมี 2 ชุดครับ ด้านบนและล่าง <span style="text-decoration:underline;"><strong>ล่างเปิด-บนปิด</strong></span> แค่นั้นเอง</p>
<p>เรียบร้อย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-168" title="5" src="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/5.jpg?w=450&#038;h=318" alt="5" width="450" height="318" /></p>
<p>ปิดสมบูรณ์ เดี๋ยว กระจกก็ดีดกลับมาเหมือนตอนแรกครับ ช่วงที่กระจกดีดขึ้น ม่านชัตเตอร์ เปิด-ปิด Image Sensor รับแสง เราจะมองไม่เห็นภาพจาก ช่องมองภาพนะครับ จนกว่า กระจกจะกลัีบมาโน้นแหล่ะ ^_^</p>
<p>หวังว่าจะพอเข้าใจการทำงานของ Shutter มากขึ้นนะครับ</p>
<p>เอาไว้แค่นี้ก่อน ครั้งหน้าจะพูดถึง Speed Shutter ว่าไม่ได้มีแค่เพียงตัวเลขครับ</p>
<p>ป.ล. รอผมทำรูปทดสอบมาก่อน ^_^</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/173/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/173/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=173&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/04/photograph-intro-the-shutter/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/m_1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">m_1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/21.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">21</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">3</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/4.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">4</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kojiro540.files.wordpress.com/2009/03/5.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">5</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>[Photograph] Ambient Light Control #1</title>
		<link>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/02/photograph-ambient-light-control-1/</link>
		<comments>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/02/photograph-ambient-light-control-1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2009 06:11:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kojiro540</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://kojiro540.wordpress.com/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง หลายๆคนคงคิดว่า &#8220;เมิงหายไปอีกแล้ว แสรดดด&#8221; ไม่ครับไม่หาย ฝนตก ขี้ไม่ออก แฟนทิ้ง หญิงไม่รับรัก ผมก็ไม่หาย แต่แค่ อาจจะไม่ได้กำหนดเวลา ที่แน่นอนแค่นั้นเอง งั้นวันนี้ ขออธิบายเรื่อง Shutter Speed กับ Aperture ละกันครับ อย่างที่ทราบๆว่า Shutter Speed คือระยะเวลาแสงเข้ากล้อง มาเขียนภาพบน Sensor ถ้าเวลานานแสงก็เข้ามามากเหมือนกับ เวลาเราจ้องแสงอาทิตย์นานๆ นั่นแหล่ะครับ แสงมันเข้าตา มาก คงแสบตา หรือว่า กลางคืนมืดๆ ก็ต้องมองนานๆ กว่าจะรู้ว่า เป็นวัตถุอะไรในที่ืมืด ส่วน Aperture ก็คือ ขนาดของประตู ที่ไว้ควบคุมปริมาณแสง เมื่อ ระยะเวลาหนึ่งๆ ก็เช่นกัน เวลาเรา มองดวงอาทิตย์เราก็ต้อง หรี่ตา เพราะแสบตา หากเบิกตากว้างๆ ตาก็อาจจะบอด ลองคิดแบบนี้เทียบกันดู มีอีกอย่างที่เป็นหลัก ให้แสงวาดภาพ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=159&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้ง หลายๆคนคงคิดว่า &#8220;เมิงหายไปอีกแล้ว แสรดดด&#8221;</p>
<p>ไม่ครับไม่หาย ฝนตก ขี้ไม่ออก แฟนทิ้ง หญิงไม่รับรัก ผมก็ไม่หาย แต่แค่ อาจจะไม่ได้กำหนดเวลา ที่แน่นอนแค่นั้นเอง</p>
<p>งั้นวันนี้ ขออธิบายเรื่อง Shutter Speed กับ Aperture ละกันครับ</p>
<p>อย่างที่ทราบๆว่า Shutter Speed คือระยะเวลาแสงเข้ากล้อง มาเขียนภาพบน Sensor ถ้าเวลานานแสงก็เข้ามามากเหมือนกับ เวลาเราจ้องแสงอาทิตย์นานๆ นั่นแหล่ะครับ แสงมันเข้าตา มาก คงแสบตา หรือว่า กลางคืนมืดๆ ก็ต้องมองนานๆ กว่าจะรู้ว่า เป็นวัตถุอะไรในที่ืมืด</p>
<p>ส่วน Aperture ก็คือ ขนาดของประตู ที่ไว้ควบคุมปริมาณแสง เมื่อ ระยะเวลาหนึ่งๆ ก็เช่นกัน เวลาเรา มองดวงอาทิตย์เราก็ต้อง หรี่ตา เพราะแสบตา หากเบิกตากว้างๆ ตาก็อาจจะบอด ลองคิดแบบนี้เทียบกันดู</p>
<p>มีอีกอย่างที่เป็นหลัก ให้แสงวาดภาพ ก็คือ ค่าความไวแสง เป็นค่าที่ทำให้กล้อง ไวต่อแสง ได้ จะเปรียบเทียบคงเหมือนกับ ประสิทธิภาพของตาคนเราแหล่ะครับ บางคนตาดี เห็นแสงแป๊ป ก็มองออกแล้ว บางคนตาบอดกลางคืน มองไม่ค่อยเห็น ต้องการแสงเยอะ เพราะตาไม่ค่อย ไวต่อแสง</p>
<p>เจ้าตัวนี้เค้าเรียกว่า ISO ครับ ชื่อเต็มจำไม่ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรู้ครับ ISO ยิ่งมีค่ามาก จะยิ่งทำให้ ความไวต่อแสงมีมาก แสงเข้ามาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถวาดแสงได้ สว่างกว่า หากเทียบกับ ISO ที่มีค่าต่ำ</p>
<p>เพียงแต่ว่า ISO ยิ่งสูง จะยิ่งทำให้คุณภาพของภาพนั้นต่ำลง ภาพไม่คมบ้างล่ะ สีสันไม่อิ่มตัวบ้างหล่ะ บางครั้ง หากใช้สูงเกิน และกล้องก็ไม่ดีพอที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ ก็มีสีเพี้ยนกันไปเลยก็มีนะครับ</p>
<p>เราควรใช้ ISO ต่ำๆเสมอไปหรอ ก็ไม่เกี่ยวครับ บางสถานการณ์อยากถ่ายได้เร็ว ในสภาพแสงน้อย ก็คงต้องใช้ ISO สูงให้ได้ภาพ แต่คุณภาพต่ำ ดีกว่า ไม่ได้ภาพ</p>
<p>หรือบางครั้งต้องการภาพเนี๊ยบๆ ก็ใช้ ISO ต่ำๆ ให้คุณภาพของภาพสูง</p>
<p>ขอเบื้องต้นแค่นี้ก่อน คราวหน้าจะขยายความต่อเรื่อง Ambient Light ที่ทำให้เกิดภาพ และ ค่าต่างๆของ Shutter Speed , Aperture , ISO ครับ</p>
<p>3 สิ่งนี้ครับ ที่เป็นการควบคุมแสง ธรรมชาติ ที่เข้ามาในกล้องเรา อย่าลืม!!!</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/kojiro540.wordpress.com/159/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/kojiro540.wordpress.com/159/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=kojiro540.wordpress.com&amp;blog=550439&amp;post=159&amp;subd=kojiro540&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://kojiro540.wordpress.com/2009/03/02/photograph-ambient-light-control-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/01363ba3a985fc39451a0e2e98d7cba3?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">kojiro540</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
