ความเชื่อกับการเล่นหุ้น
ทุกคนต้องมีความเชื่อ ถูกมั้ยครับ?
ไม่ว่าจะคนดี คนเลว คนมองโลกแง่ดี หรือมองโลกแง่ร้าย ก็ต้องมีความเชื่อ
คนบ้า เค้าไม่อยากพูดกับคนอื่น เค้าก็ต้องมีความเชื่อของเค้า
โปรแกรมเมอร์ จอมอาภัพรัก เปิดบริษัทเอง ก็ต้องเชื่อว่า ซัก(สัก ควรใช้ตัวไหน) วันนึง เค้าจะต้องประสบความสำเร็จกับบริษัทที่เค้าทำ จริงมั้ยเบนท์?
นักฟิสิกส์น้ำเมา ก็ต้องเชื่อว่า วันนึงเค้าจะค้นพบไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นนวัตรกรรมชิ้นเอกให้โลกได้รู้และจดจำชื่อของเค้าได้ เค้าจึงเดินทางสายวิชาการ ใช่ป่ะปั๊ก?
มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอกครับ อยู่ที่คนๆนั้น หรือสังคม จะคิดยังไง มุมใครก็มุมมัน ยกเว้นว่า จะเหี้ย!!! อันนี้ต้องประนาม
การลงทุนก็มีเหมือนกันนะครับ ความเชื่อเนี่ยะ
มันแบ่งเป็นสองฝ่าย
พวกเชื่อในพื้นฐานกิจการ คือเรียกว่า VI หรือ Value Investor
กับพวกที่เชื่อในเชิงเทคนิค คือเรียกว่า TA หรือ Technical Analysis
พวกนี้ต่างกัน
VI จะเชื่อว่า พื้นฐานของกิจการจะเป็นตัวบอกมูลค่าของหุ้น เช่น IVL ต้องขึ้นเพราะมีทรัพย์สินของบริษัทสูง และ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ อีกทั้ง กำไรน่าจะดีจากส่วนต่างต้นทุนกับกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจ ผลก็คือ IVL วิ่งเป็นจ้าวเข้าที่ราคาพุ่ง 600% ในเวลาไม่ถึงปี
TA จะเชื่อว่า ราคาและข้อมูลทางสถิติ จะเป็นตัวบอกอยู่แล้วว่า มูลค่าของกิจการจะเป็นยังไง ไม่งั้น ราคาคงไม่ขึ้น มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ เช่น UKEM ขึ้น 60% ในเวลาแค่ 3 วัน พอมองกลับไปก็พบว่า อ๋อเพราะไอ้เจ้าวัตถุดิบ ไอโซเว่น(มันคือไรก็ไม่รู้ แต่รู้ว่า เอาไว้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมอะไรซักอย่าง) มันขาดตลาด แล้ว UKEM เป็นบริษัทใหม่เพิ่งเกิด กลัวว่าจะไปไม่รอด เลย stock ไอ้นี่ไว้ซะเยอะ พอขาดตลาด มันก็เลย มีเยอะน่าจะ ขายโก่งราคาเก็งกำไรได้เยอะ TA เรียกว่า พวกเก็งกำไร Speculator ก็ได้นะครับ
ต่างคนต่างเชื่อไม่ผิด ปล. ผมยกตัวอย่าง ต่างกัน 10 เท่าไม่ใช่เชียร์ VI นะครับเพราะส่วนตัวผมมองว่า มันต้องประกอบกันทั้งสองอย่าง แต่ผมตอนนี้เป็น เม่า TA ครับ เม่าทำไม เดี๋ยวไว้เล่าให้ฟัง
เพียงแต่ว่า ขอแค่ทำเงินได้ก็พอแล้วครับจริงมั้ย?
นึกย้อนไปก็นึกถึง สตีฟ จ๊อบ กับ บิลเกต
จ๊อบ ชอบคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้โลกได้ว๊าวววววว แต่ เกต กับเก็งกำไร หาโอกาสทางธุรกิจ
สุดท้ายวัดกันที่เงิน เกต ชนะ
แต่ถ้าวัดกันที่เกียรติความเท่ห์ จ๊อบ ชนะเพราะเจ๋งง่ะ!!!
เพียงแต่ สุดท้าย จ๊อบ สร้างบรรทัดฐานให้เทคโนโลยีโลก เช่น MAC OSX หรือ iPhone Multi-Touch
แต่เกต บริจาคทรัพย์สิน 90% มั้ง! ให้องค์กรการกุศลของเค้าที่ตั้งขึ้น
โลกก็ได้ ดีทั้งคู่แหล่ะ
ผมเชื่อใน TA แต่อนาคตจะหา VI มาประดับความรู้ครับ
เพราะผมเชื่อว่า ตอนนี้เงินผมน้อย… ผมต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มต้นทุน
ดังนั้นผมจึงเก็งกำไร กับราคาหุ้น ส่วนต่างของราคา
ผมจึงทุ่มไปที่กราฟ ในตอนนี้ แล้วถ้าเริ่มอยู่ตัว จะมองไปที่พื้นฐานของกิจการ
ทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น
ก็เพราะ ถ้าผมเก็งกำไรได้วันละ 3% เดือนนึงเล่นหุ้นได้ประมาณ 20 วัน
สมมติผมได้กำไร จากวันนี้ 3000 บาท จากเงินต้น 100000 บาทของผม
วันพรุ่งนี้เงินต้นผมมี เท่าไหร่ครับ 103000 ถูกต้องครับ เก่งมาก
ผมก็เก็งต่อได้อีก 3% สรุป สองวันผมมีเงินต้นเท่าไหร่ครับ 106030 บาทใช่มั้ยครับ?
ซักประมาณ 1 เดือน คือ 20 วันผมได้เท่าไหร่ครับ ประมาณ 100% ของเงิน แสนใช่มั้ยครับ? ลองคิดดูนะ ผมคร่าวๆ
แต่ว่ายิ่งเงินเยอะ ก็ยิ่งเสี่ยง ทำไมเป็นงั้น
อ่านบทความข้างหน้าต่อไปเรื่อยๆ จะรู้เอง(ถ้าไม่ลืมเขียนนะครับ) ฮาาาาาา
ฉะนั้นผมถึงบอกว่า ต่อไปจะนำ VI มาประกอบ เมื่อผมได้เงินต้นที่มากพอ
แวะมาเยี่ยมเยียนครับ
thitipat
กรกฎาคม 24, 2011 at 7:50 pm