Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย

เพื่อความสมานฉันท์ และ พอเพียง

นับถอยหลัง อชิคางะ

with 3 comments

ช่างน่าเสียดาย กับความยิ่งใหญ่ ของตระกูล อชิคางะ เป็นอย่างยิ่ง ตระกูลซึ่งถือเป็น สัญลักษณ์ แห่งความกล้าหาญ และแบบฉบับของนักรบ บนหลังม้าผู้เจนสงคราม ปราบปรามแดนเถื่อน

Ashikaga Takauji

Ashikaga Takauji

ภาพของ โชกุน ทาคาอุจิ นักรบผู้กล้าหาญ ของ อชิคางะ

ในวัน ที่สงคราม โอนิน สิ้นสุดลง ก็เสมือนเป็นวันเริ่ม แห่งความหวังของเหล่า ไดเมียว ทั่วแ่ว่นแคว้น

เหล่า ไดเมียว ทั่วหล้า ต่างเฝ้าดู สังเกตุสถานการณ์ สงคราม โอนิน อย่างไม่วางตา

สายลับ นินจา ชิโนบิ ของแ่ต่ละตระกูล ถูกส่งไป ยังเกียวโต อย่างไม่ขาดสาย

ว่ากันว่า เส้นทาง รอยเท้า ของชาวบ้านในเวลานั้น ดูจางกว่าปกติมาก

คงเป็นเพราะ ผู้ที่สัญจรนั้น ไม่ใช่ชาวนา หรือ คนธรรมดา แต่เป็น บรรดา นินจา ของไดเมียว ทั้งหลายก็เป็นได้

ว่ากันว่า หมู่บ้าน หลายแห่ง ของแคว้น อิงะ ต่างถูกมอบ บรรดาศักดิ์ให้มากมาย

อย่างเช่น ตระกูล ฮัตโตริ อันโด่งดัง ก็ถูก ตระกูล มัตสึไดระ แห่ง มิคาวะ ดึงไปเป็นพวก ในตอนนี้เอง

ญี่ปุ่นในขณะนั้น ตามแต่ละภูมิภาค จะมีไดเมียว ปกครองอยู่ แต่ ส่งส่วยให้กับ ตระกูลอชิคางะ ที่อยู่เกียวโต

ในช่วงเวลา ต่างๆ แต่ละตระกูล ก็มีการรบ พุ่งกันตามชายแดน ของตระกูล ตัวเองอย่างไม่ขาดสายอยู่ เป็นปกติ หากแต่ เมื่อสงคราม โอนิน เริ่มและสิ้นสุด

เป้าหมายของแต่ละตระกูล กลับไม่ใช่เพียง เดินแดนเพื่อนบ้าน 10 หรือ 100 กิโล แล้วแต่กลับเป็น เกาะญี่ปุ่น ทั้งหมด

ตระกูลใหญ่ที่พอจะ นับว่ามีสิทธิ์ ครอบครองใต้หล้า ตั้งตนเป็น โชกุนผู้ปราบแดนเถื่อน(เซอิ-ไท โชกุน) ก็เห็นจะไม่พ้น

  • อิมางาวะ (Imagawa)
  • โอดะ (Oda)
  • ทาเคดะ (Takeda)
  • อุเอะสึงิ (Uesugi)
  • โฮโจ (Hojo)
  • โมริ (Mori)

sengoku map

sengoku map

แผนที่ ยุค เซนโกกุ ละเขตปกครองของแต่ละตระกูล

ในสภาวะที่ไร้อำนาจของ อชิคางะ เหล่าบรรดาไดเมียวดูเหมือนจะ ขยายอำนาจของตัวเอง เรื่อยๆ

โดยดูจาก ตระกูลโฮโจ ได้สร้างปราสาทอันยิ่งใหญ่ของตนเองซึ่งเป็นการแสดงอำนาจ และบารมี ของตนเอง ในปี 1493 โดยเหมือน กับเป็นการตอกย้ำ ความอ่อนแอของโชกุน

มันแสดงให้เห็น อำนาจเหนือเขตปกครอง แถบคันโต ของตระกูล โฮโจ ซึ่งนำโดย โฮโจ โซอัน

หรือการ งดเว้น การส่งส่วย ให้กับ อชิคางะ ของตระกูล โมริ ก็ยิ่งทำให้ ภาพความอ่อนแอของ อชิคางะ ชัดเจนยิ่งขึ้น

และไม่นานนัก ตระกูลต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล เช่น ทาเคดะ , อิมางาวะ , อุเอสึงิ , หรือ โฮโจ ก็ต่างหันหลังให้กับ ความภักดี ต่อ โชกุนที่อ่อนแอ ของพวกเขา

ในที่สุด เมื่อเงินไม่มีพอ จะเลี้ยงดูกำลังทหาร ส่วนที่เหลือในคงคลัง กลับหมดไปกับ ศิลปะอันเพลิดเพลินของโชกุนคนก่อน โยชิมาสะ ยิ่งทำให้ อำนาจของ อชิคางะ หลุดลอยไปในอากาศ แบบไม่มีทาง คว้ากลับมาได้ ตลอดกาล

ภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ที่ทำลายล้าง ญี่ปุ่น อย่างแผ่นดินไหว ยังช่วยเร่งปฏิกิริยา ของเหล่า ไดเมียว ให้รีบกระด้างกระเดืองต่อ อชิคางะ อีกด้วย ในขณะที่ ประชาชนก็หมดศรัทธา ต่อ อำนาจโชกุนของ อชิคางะ ไปด้วยความยากลำบาก ที่ต้องเผชิญ เองโดยไม่มีความช่วยเหลือใดๆ จากผู้นำสูงสุดของพวกเขา

ตระกูลแรกที่ดูเหมือนจะ ต้องการล้มล้างอำนาจโชกุนอย่างเปิดเผย ดูเหมือนจะเป็น ตระกูล อิมางาวะ แห่ง ซุรุงะ ซึ่งนำโดย อิมางาวะ โยชิโมโตะ ผู้สืบเชื้อสายมาจาก จักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ทำให้เขาและตระกูล มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะล้มล้าง อชิคางะ และขึ้นเป็น โชกุนเสียเอง

อิมางาวะ เคลื่อนทัพในปี 1559 เพื่อเข้ายึดครองโตเกียว โดยไม่ต้องห่วงว่า โฮโจ ศัตรูคู่แค้น จะแว้งกัด เพราะมีพันธมิตร ที่เข้มแข็งอย่าง ทาเคดะ แห่ง คาอิ คอยตรึงกำลังให้

กองทัพ อันยิ่งใหญ่ของ อิมางาวะ ได้เริ่มเคลื่อนพลแล้ว ญี่ปุ่นกำลังจะเปลี่ยนแปลง เส้นทางมุ่งสู่ เกียวโต ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรืออาจจะเป็น หายนะของตระกูล ซึ่งปกครองดินแดนอันเป็นทางผ่านสู่อำนาจ

อิมางาวะ โยชิโมโตะ เคลื่อนทัพเข้าเหยียบ ดินแดนของ โอดะ แล้ว…

Written by kojiro540

มีนาคม 24, 2009 ที่ 1:04 pm

บันทึกโพสใน Japanese History

3 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. ภาพที่ลงควรให้ credit ไว้ด้วยนะครับ ^^

    thitipat

    มีนาคม 30, 2009 at 1:21 am

  2. ภาพ Ashikaga Takauji นี่ หางม้าสวยดีครับ

    Devil Hand

    เมษายน 21, 2009 at 2:57 am

  3. แวะไปบ้างนะครับไอ้แซน

    specialx150

    มิถุนายน 7, 2009 at 1:05 pm


ใส่ความเห็น