Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย

เพื่อความสมานฉันท์ และ พอเพียง

เริ่มต้นกลียุค สงครามโอนิน

with 3 comments

ถ้าหากจะพูดถึง ยุคที่เท่ห์ และมีเสน่ห์ที่สุดของ จีนก็คงต้องบอกว่า ยุค 3 ก๊ก

แต่สำหรับซามูไร ยุคที่ควรกล่าวถึงยุคหนึ่งก็คือ ยุคสงครามกลางเมือง หรือ เซนโกกุจินได

เซนโกกุจินได นั้นขอเรียกสั้นๆว่า ยุคเซนโกกุ เป็นยุคที่ขุนศึกต่างแย่งกันมีอำนาจ ครอบครองประเทศ

สงครามโอนิน จุดเริ่มแห่งยุคเซนโกกุ

ในวันที่ โชกุน อชิคางะ โยชิมาสะ ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่น รุ่นที่ 8 ของตระกูล อชิคางะ เกิดความคิดว่าอยากจะสละอำนาจ เพื่อไปทุ่มเทเวลาให้กับ การชงชา ศิลปะการฟ้อนรำ การปั้นเครื่องปั้นดินเผา และ เล่นโกะริมน้ำ

ashikaga_yoshimasaรูป โยชิมาสะ

แต่ด้วยความที่ไม่มีทายาทสืบสกุล กับเมียที่ชื่อ โทมิโกะ ทำให้ท่านโชกุน แต่งตั้ง น้องชายของตนซึ่งบวชเป็นพระ ชื่อ โยชิมิ ขึ้นมาเป็นรัชทายาท

แต่ด้วยความที่โชคชะตาเล่นตลก โชิมาสะกับ โทมิโกะ ได้ร่วมมือกันอย่างแข็งขันให้กำเนิด ทารกเพศชาย ผู้ที่จะสามารถมาเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังได้ในที่สุด

และแล้วเรื่องทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ทุกๆ คนรู้ๆกันอยู่ เกิดการแย่งชิงอำนาจ ของผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย คือฝ่าย รัชทายาทคือ ฝ่ายของ โยชิมิ และ ฝ่ายผู้ที่สนับสนุน รัชทายาทโดยกฏหมาย ฝ่ายของ ลูกชายโยชิมาสะ

ฝ่ายของ โยชิมิ นั้นได้ ยามานะ โซเซน พระนักรบผู้มีอำนาจสูงลิ่วในเกียวโต ให้การสนับสนุน ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็น 1 ใน 3 ของตระกูล หัวหน้าพ่อบ้านของ อชิคางะ เองนั่นคือ โฮโซกาวะ คัตสึโมโตะ ทั้งยังเป็นลูกบุญธรรมของ ยามานะ โซเซน อีกตะหาก

img_07_katsumotoรูปปั้น คัตสึโมโตะ

ยามานะ โซเซน ได้กำลังเสริมจากขุนศึกเฒ่า ผู้ทะเยอทะยาน โออุจิ มาซาฮิโร่

ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างดูเชิงและกดดันกันด้วยการเคลื่อนย้ายกำลังพล ไปโน้น ไปนี่ จนทำให้เกิดความอึดอัดทั้ง เกียวโต แต่แล้ว วันเริ่มต้นก็เกิดขึ้น เมื่อกลางดึกคืนหนึ่งของ เดือนกันยายน ปี 1467 คฤหาส ของ โฮโซกาวะ คัตสึโมโตะ ถูกลอบวางเพลิงโดยจับตัวผู้ร้ายไม่ได้ สงครามจึงเปิดฉากขึ้น

สงครามระหว่าง พ่อบุญธรรม ผู้เป็นพระ กับ ลูกบุญธรรม ที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องของชาวบ้านก็เกิดขึ้น ประเมินกำลังกันแล้ว ฝ่าย พ่อ มีประมาณ 85,000 นาย บวกกับ โออุจิ มาซาฮิโร่ อีก 20,000 นาย ก็เป็น 105,000 นาย ส่วนฝ่ายของ ลูกมีประมาณ 80,000 นาย เป็นการรบที่ยิ่งใหญ่เสียนี่กระไร

ชื่อการรบนี้ เรียกว่า สงคราม โอนิน เนื่องมาจาก เกิดขึ้นในปี โอนินที่ 1

โฮโซกาวะ เชื่อว่า มือดีที่ เผาบ้านของเขาคือฝ่าย โซเซน ดังนั้น เขาจึงตอบโต้ด้วย การเผาทำลายท่าเรือส่งเบียงของ โซเซน โดยอ้างว่า ฝ่าย โซเซน จะทำการยกพล ขึ้นท่าเรือนี้ เพื่อทำการโจมตี พระราชวังของจักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ โฮโซกาวะ ใช้ความจงรักภักดี ที่มีต่อ จักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ และกล่าวหาว่า พวกโซเซนนั้นเป็นพวกนอกรีต ไม่เคารพต่อสายเลือดแห่งพระเจ้า

จักรพรรดิ์ทสึจิมิคาโดะ และ อดีตจักรพรรดิ์ ฮานะโซโนะ สละราชสมบัติ จึงได้ เสด็จ จากพระราชวัง ไปพำนักที่เขตบัญชาการของโชกุน ซึ่งถือว่าฐานอำนาจของ โฮโซกาวะ ณ ขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยจากการโจมตีของ โซเซน

ในสิ้นเดือนแห่งความโกลาหลนั้น เหล่าผู้สนับสนุน โฮโซกาวะ ได้เผาบ้านของ โซเซน เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับบ้านของ โฮโซกาวะ ทางด้าน โซเซนจึงตอบโต้กลับด้วยการ สังหารหมู่อย่างเหี้ยมโหด กับเหล่าบรรดา ชาวเมืองทางเหนือ ของเกียวโต ซึ่งเป็นฐานเสียงของ โฮโซกาวะ และเผาทำลายบ้านเรือนจนสิ้นซาก นักประวัติศาสตร์ ได้กล่าวว่า ความเสียหายราวกับ สงครามโลก ครั้งที่ 1 เลยทีเดียว

โฮโซกาวะ นั้นดูจะเป็นรองอยู่มาก แต่ก็ได้ดึงประชาชนส่วนใหญ่ให้สนับสนุนเขาด้วยการ บอกให้ โชกุนและจักรพรรดิ์ ประกาศว่าทาง โซเซน นั้นเป็นกบฏ แต่สถานการณ์ความรุนแรงก็ไม่ดีขึ้น และยังมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่องมาอีกหลายปี

ขุนศึกตระกูลต่างๆ บริเวณรอบเกียวโตและภาคกลาง ต่างเข้ารวมในสงครามของทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าในปี 1473 โซเซนและ คัตสึโมโตะ จะเสียชีวิตในสงครามไปแล้วก็ตาม สงครามก็ไม่มี ทีท่าว่าจะยุติลงได้

และในปีเดียวกับที่ โซเซน และ คัตสึโมโตะ พลีชีพ ในสงคราม โชกุน โยชิมาสะ ที่แม้ว่าอยู่ในกลียุค แต่ก็ไม่วายจะ เสริมความสุขด้วยการ ชงชา ดีดพิณ และปั้นงานศิลปะ ก็ตัดสินใจ สละตำแหน่ง โชกุนให้กับลูก ของเขา โยชิฮิสะ

ด้วยแรงกดดัน ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นกบฏของฝ่าย โซเซน จากฝ่าย โฮโซกาวะ ทำให้ มาซาฮิโระ ขุนศึกผู้สืบสานเจตนารมณ์ของโซเซน ตัดสินใจ ถอนกำลังทั้งหมดออกจากเกียวโต ในปี 1677

เป็นอันว่า สงครามโอนิน กินเวลา 10 ปีพอดิพอดี

นี่คือในแง่ทฤษฏี

แม้ว่า สงคราม โอนิน จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของ ยุคเซนโกกุ สงครามกลางเมือง ของเหล่าขุนศึกยาวนานกว่า 130 ปีต่อมา

จากการทำสงครามแย่งชิงตำแหน่ง โชกุน ของ 2 ฝ่าย แต่โชกุน อชิคางะ โยชิมาสะ กลับไม่สามารถ แก้ปัญหาคาวมรุนแรงได้เลยซักอย่าง เพราะถึงแม้ว่าจะเกิดสงคราม แต่โชกุนเองกลับ ยังเพลิดเพลินกับ รสชา และรูปทรงของเครื่ืองปั้นดินเผา ทำให้เหล่าขุนศึกตามท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศ พากันลุกขึ้น ต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันเป็นใหญ่ ทำให้เกิด ยุคเซนโกกุขึ้นมา

***********แก้ไข ข้อมูลให้ถูกต้อง และเพิ่มเติม ครับ*************

เพิ่มเติม : ญี่ปุ่นจะเรียกปี ตามชื่อ จักรพรรดิ์เสวยราช อย่าง ปีโอนิน ที่ 1 ก็คือ ปีแรกของการครองราชของจักรพรรดิ์ โอนิน นั่นเอง
กลุ่มพระนักรบนั้นจะถูกเรียกว่า อิคโค-อิคคิ ซึ่งหมายถึง รวมเอาพระนักรบ และ ชาวนาที่ศรัทธา ในศาสนา เข้าไปด้วย โดยการออกรบของพวกนี้ จะไม่กลัวตายในสนามรบ โดยแทบจะไม่มีเสื้อเกราะสวมใส่ มีเพียงหัวใจ ที่ศรัทธาในศาสนา โดยเชื่อว่า การตายในสนามรบจะได้ขึ้นสวรรค์ เวลาออกรบ พวกนี้จะเดินไปสวดมนต์ ไปด้วย
ในยุคของการแก่งแย่งอำนาจ จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองนั้น ก่อกำเนิน นักดาบและนักสู้ที่ยอดเยี่ยมหลายต่อหลายคน เช่นในยุคต้นของเซนโกกุ(อาจรวมสงครามโอนิน) ก็จะมี ทสึงาฮาระ โบคุเดน, คามิอิสึมิ อิเซะโนะคามิ ฮิเดทสึนะ (ความจริง รู้จักแค่นี้ ^_^)

Written by kojiro540

มีนาคม 19, 2009 ที่ 5:39 pm

บันทึกโพสใน Japanese History

3 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. น่าจะมีภาพประกอบนิดนึงนะครับ ตัวหนังสือเยอะเดี๋ยวอ่านไม่สนุก

    ท่าทางจะมีเรื่องให้เขียนอีกยาว อิอิ

    thitipat

    มีนาคม 23, 2009 at 9:55 pm

  2. คิดว่า คัตสึโมโตะ คงสำเร็จวิชาตัวเบากระมังครับ

    เห็นตรงแขนเสื้อแกเหาะได้ด้วย

    Devil Hand

    เมษายน 21, 2009 at 3:00 am

  3. ชุดที่คนในที่นี้ใส่กันเค้าเรียกว่าอะไรคะ?

    Nono_ne

    ตุลาคม 28, 2009 at 7:42 pm


ใส่ความเห็น