จดหมายจากคุณ K
ณ มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐวิทยาเขตต่างจังหวัดที่ไกลจากกรุงเทพไม่ถึง 100 กิโลเมตร สภาพโดยรวมถือว่าร่มรื่น สวยงาม หน้ามอง หน้าชม นักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนดังๆ หากฟลุคเอ็นฯ ติดที่นี่ก็มักจะเซ็งในช่วงแรกและหลงรักในตอนจบ(บางคนก็ไม่(จบ)นะ) นาย K ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น แต่เค้าไม่มีความคิดที่เซ็งในช่วงแรกเพราะเค้าเติบโตมากับสถานที่แห่งนี้ วิ่งเล่นตั้งแต่เค้ายังเด็ก นั่งเล่นครั้งเมื่อเป็นวัยรุ่น และครุ่นคิดเรื่องคณะแนนเอ็นฯ เมื่อครั้งไม่มีที่เรียน แต่สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่จะเขียนในวันนี้เลย
จดหมายจากคุณ K
เรียนคุณหมอนพพรที่เคารพ ผมมีเรื่องสงสัยอยากซักถามซักข้อครับ ผมเรียนอยู่ มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแห่งหนึ่ง ผมเรียนที่นีมีความสุขดีครับ ปกติผมพักอยู่ที่บ้านเช่า บริเวณข้างๆสถานศึกษาแห่งนี้ ผมเป็นคนอยู่ติดที่ ไม่ชอบเดินทางไปไหนมากนัก เป็นคนไม่ค่อยออกกำลังกายเพราะจะจบแ้ล้วไม่ค่อยมีเวลา ผมไม่เครียด แล้วก็ไม่อ้วน ออกจะผอมไปด้วยซ้ำ น้ำหนัก 60 สูง 175 เซนติเมตร ผมไม่มีแฟนครับ เรื่องช่วยตัวเองช่วงนี้ลดลงครึ่งนึงต่อวันแล้วครับ เื่มื่อก่อนก็เกือบสิบ ผมมีเรื่องอยากถามครับ แต่ก่อนอื่นขอให้ฟังเรื่องของผมก่อนครับ เพราะมันเกี่ยวกับคำถาม
ผมมักจะเดินทางเข้ากรุงเทพเป็นประจำ อย่างน้อยก็เดือนละครั้ง ถ้าเดือนไหน มีความต้องการมากหน่อยก็เดือนละสองครั้งเป็นอย่างต่ำ ผมมักจะใช้บริการรถตู้หน้ามหาวิทยาลัย เป็นประจำครับ เพราะสะดวก เริ่ม(ออก)ก็เร็วไม่ต้องรอนาน ถึงก็เร็ว แปปเดียวก็ถึง(กรุงเทพ) ช่วงที่ผมนั่งอยู่ บนรถนั้นเอง ผมมักจะทำกิจกรรมหนึ่งเสมอๆครับ ครับผมนั่งหลับบนรถเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยหลับจน เลยปลายทางนะครับ ผมทำแบบนี้มานานแล้วครับตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ผมกลับอ่อนเพลียเป็นอย่างยิ่งเลย ไม่รู้ว่าทำไม ผมมักจะนั่งหลังเป็นประจำครับเวลานั่งรถตู้และเลือกตำแหน่งที่ติดกับหน้าต่างไม่ ข้างใด ก็ข้างหนึ่งเสมอ เพราะว่าผมอายครัีบเวลาหลับ ผมมักจะอ้าปากกว้าง และน้ำลายไหลอยู่เสมอๆ
เข้าประเด็นนะครับ วันนี้ก็เอาอีกแล้วครับ ผมต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อไปทำธุระบางอย่าง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งมันก็เป็นความต้องการที่ล้นเอ่อ ของผมด้วยแต่เรื่องมันมีอยู่ว่า ในระหว่างที่ผม นั่งรอรถตู้จะออกจากท่าผมก็เห็นบางอย่าง ความจริงสิ่งเหล่านี้ผมก็เห็นประจำ ทุกครั้งที่เดินทาง แต่เพิ่งจะเขียนหาคุณหมอวันนี้แหล่ะครับ ทำไมครับคนขับรถตู้เค้าไม่เก็บค่าโดยสาร เองกลับให้คนอีกคนหนึ่งเก็บค่าโดยสารให้ พอเก็บเสร็จคนเก็บค่าโดยสารก็เอาเงินไปให้คนขับ ผมไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายไขข้อข้องใจให้ผมกระจ่างหน่อยนะครับขอบคุณครับ
ป.ล. ผมหวังว่าข้อมูลที่ให้ไปคงช่วยคุณหมอได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สวัสดีครับ
ด้วยรัก K ตุง













ข้อมูลใน 2 ย่อหน้าแรกของจดหมาย ช่วยได้มากๆเลยค่ะ
555+
rihito
ตุลาคม 6, 2007 at 11:31 pm
มุขของท่านได้แรงบันดาลใจจากที่ใดมา
thitipat
ตุลาคม 7, 2007 at 1:53 pm
555 เล่าไปเป็นโยชน์เลย สุดท้ายถามคนละเรืื่องเลย
http://www.quixest.com/begin.php?fid=122&tid=6&agent=Fluke
swninv
ตุลาคม 7, 2007 at 2:21 pm
นี่เป็นจดหมายที่ส่งมาจาก คุณ K ตุง จริงๆครับ
kojiro540
ตุลาคม 7, 2007 at 3:00 pm
ผมว่าน้อง…ก็น่ารักดีนะครับ
เอ๊ยคนล่ะคำตอบเลย
เด๊วผมจะส่งมอบโครงการปริญญานิพนธ์สมุนไพรไทยที่ผมค้นคว้ามากว่า
ค่อนชีวิตให้นะครับ
Phat
ตุลาคม 15, 2007 at 1:24 am