Musashi ชนะ Kojiro เพราะมาสาย

เพื่อความสมานฉันท์ และ พอเพียง

ร่ำสุรา

with 4 comments

โดยปกติทุกเย็นวันศุกร์จะมี Seminar ของ SIGMA Lab. ซึ่งผมก็มักจะได้ความรู้เยอะแยะ และจะนำมาเล่าสู่กันฟังใน Blog ประจำหลัง Seminar จบแต่เผอิญวันนี้ไม่มีอ่ะนะ…แต่เรื่องมันไม่จบเท่านั้นสิครับ ตอนซ้อนท้ายมอร์เตอร์ไซค์กลับบ้านหลังจากถล่ม Bentino ที่อาจหาญมาท้า Winning ซะยับเยินไม่มีชิ้นดี( ขอโม้หน่อย ) เ้ส้นทางขากลับบ้านเช่าที่ผมเช่าอยู่จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ร้านเหล้า นาๆชนิดเท่าที่นับก็มีอยู่อย่างน้อย 4 ร้าน

ร้านเหล้ากับมหาวิทยาลัยมักเป็นของคู่กัน ที่มหาวิทยาลัยผมแต่ก่อนไม่ค่อยมีเพราะบรรยากาศในมหาวิทยาลัยเอื้ออำนวยต่อการร่ำสุรามากๆ หากในระยะหลังๆนี้มหาวิทยาลัยผมร่วมโครงการมหาวิทยาลัยสีขาว เริ่มมีการกวดขันการดื่มสุรา( ห้ามนะครับไม่ใช่สนับสนุน :D )ในมหาวิทยาลัยมากขึ้น ทำให้บรรยากาศเก่าๆ( ยิ่งตอนผมอยู่ปี 1 ยิ่งดี) เริ่มจางหายไปทีละนิดทีละนิด( ย้ำนะครับว่านิดเดียว เหอะๆ ) ด้วยสาเหตุข้างต้นที่ร่ายมาซะยืดยาวก็แค่จะบอกว่า ทำให้ร้านเหล้ามันผุดราวกับ เห็บ ในตัวสุนัขก็ไม่ปาน สิ่งที่ร้านเหล้าสร้างขึ้นมาก็คือ อาชีพและ รายได้ให้กับชุมชน อีกทั้งยังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจขายตรง อันนี้ไม่ได้พูดเล่นๆนะครับ

ในแถบต่างจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดนครปฐมที่ผมอยู่เนี่ยะ เวลาไปกินหมูกระทะมักจะมี เด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมมาขายดอกกุหลาบ ซึ่งหน้ามันๆตอนอยู่หน้าเตาไฟปิ้งหมูของผมกับ ดอกกุหลาบเนี่ยะ มันดูขัดแย้งกันยังไงไม่รู้ แล้วยิ่งพอมีร้านเหล้าเปิดบริการเพิ่มมากขึ้นในแถบ มหาวิทยาลัยของผม กลุ่มชนพวกนี้ก็ได้ขยับขยายฐานสร้างรายได้ให้ยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก เริ่มมีการขายตรงกับกลุ่มลูกค้า ที่มานั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ส่วนมากผมจะเห็นเค้าขาย ปลาหมึกย่าง ขายไส้กรอกอีสาน ขายดอกกุหลาบ เหล่านี้ยังไม่งง ไม่สงสัยเพราะบางที เราต้องการกับแกล้มราคาถูกและหาไม่ได้จากทางร้าน หรือ เราอาจต้องการจีบหญิงโต๊ะข้างๆ เป็นต้น ถ้ามันมีแค่นี้ผมคงไม่อัพ Blog ให้เมื่อยก้นหรอกครับ( ช่วงนี้ปวดก้นด้วย )

ธุรกิจขายตรงที่น่าสนใจอีกอย่างตามร้านเหล้าในระแวกมหาวิทยาลัยผมก็คือ … ขายพวงกุญแจ และตุ๊กตุ่นตุ๊กตา หรือไม่ก็ช่อดอกไม้พลาสติกที่มีไฟวิ๊งๆ คิดแล้วงงว่าทำไมกลุ่มบุคคลเหล่านี้ถึงไม่คิดให้มากซักนิดว่า สินค้าที่เค้านำมาขายเนี่ยะ มันจะทำกำไรได้หรือจากลูกค้าที่นั่งก๊งเหล้ากันอย่างเมามัน คิดอีกแง่ มันจะขายออกหรอ ผมสงสัยมากๆเลยว่า ใครที่ไหนมันจะก๊งเหล้า แล้วเล่นตุ๊กตา หรือมองหาพวงกุญแจใหม่ไปด้วยพร้อมๆกัน ผมสาบานได้เลยว่า การเล่นตุ๊กตุ่นตุ๊กตาในระหว่างร่ำสุรา เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยคิดถึง และไม่ต้องการแม้แต่จะคิดเพื่อจะทำเลย …

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจครอบครัวครับ อีกทั้งในนครปฐมผมว่ามีแค่ครอบครัวเดียวด้วยที่ผูกขาดธุรกิจประหลาดๆแบบนี้( พวกขายพวงกุญแจ น่ะครับ ) เทคนิคมัดใจลูกค้าของกงสี( ขอเรียกแบบนี้ละกัน ) กลุ่มนี้คือ จะให้เด็กเล็กๆแต่ตัวมอมแมม หรือไม่ก็แม่ลูกอ่อนที่ดูท่าทางไม่น่าปลอดเชื้อ มาขายมาอ้อน กลยุทธคือ ผู้ขายจะทำท่าทางเหมือนไม่เคยรู้จักกับผู้ซื้อมาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ผมสาบานได้ว่าคืนนึงผมจะเจอพวกนี้ หน้าแบบนี้ ไม่ต่ำกว่า 3 รอบที่เข้ามาถาม มาเสนอสินค้า ซึ่งการทำตัวน่าสงสารก็ถือว่าเป็นกลยุทธที่ถูกต้องในมุมมองของเครื่องแบบที่พวกเค้าแต่งตัวกัน แต่ที่น่าแปลกคือ อีตัวแม่ที่คอยคุมงานอยู่ด้านนอกเนี่ยะ จะอยู่ไม่ไกลจากร้านซักเท่าไหร่ คือมองออกไปก็เห็นแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าเค้าไม่กลัว ลูกค้าเห็นแล้วจะหมดความสงสารหรือยังไงนะ

ที่ผมมาพูดแบบนี้เพราะอยากชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากเทคนิคการขายซึ่งไม่เคยได้กินตังผมแม้แต่บาทเดียว จึงใช้ Blog เป็นที่ชี้แจงเผื่อพวกเค้าจะมาอ่านแล้วเอาไปแก้ไขปรับปรุงเทคนิคการขาย แต่บางทีผมอาจคิดผิดก็ได้ เพราะในความคิดผมคิดว่าเค้าทำแบบนี้ทุกวัน ทำมานานแล้วด้วย น่าจะกำไรดี ถึงไม่เปลี่ยนสินค้าที่ขายเลย

ก็เป็นบรรยากาศในการร่ำสุรา ของมหาวิทยาลัยผมที่เปลี่ยนไปจากเดิมนะครับ ที่อื่นผมไม่รู้แต่ที่รู้ที่นี่เค้าเป็นแบบนี้ เรื่ืองสุดท้ายละ…

อยากเตือนไว้นะครับว่า การดื่มสุราทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะลดลง อาจโดนลงทีนได้ในบางโอกาส ในบางครั้งแอลกอฮอล์อาจลงไข่ทำให้ไปทำใครพลาดๆ หรือเลือดไปคลั่งบริเวณอวัยวะบางส่วนได้ไม่เต็มที่ ครับ

Written by kojiro540

พฤษภาคม 12, 2007 ที่ 1:14 am

บันทึกโพสใน After Seminar

4 Responses

Subscribe to comments with RSS.

  1. “หลังจากถล่ม Bentino ที่อาจหาญมาท้า Winning ซะยับเยินไม่มีชิ้นดี”

    จากประโยคข้างต้น ขอเรียนให้ทราบว่า
    ปัจจุบัน bentino หมดความสามารถในการเล่น winning ไปแ้ล้ว
    ด้วยวัยที่สูงขึ้น สภาพร่างกายที่เสื่อมโทรม และการร้างลาสนามไปนาน
    จึงเชื่อได้ว่า
    จุดสูงสุดในชีวิต winning ของ bentino ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

    แต่ก่อนการวางมือของเขา อาจได้เห็นการไว้ลายเสือเฒ่าก็เป็นได้

    โปรดติดตามกันต่อไป…

    PUG

    พฤษภาคม 13, 2007 at 8:54 am

  2. ผมขอท้าสู้กับคุณ PUG และ Kojiro ทั้ง 2 คน เลย

    thitipat

    พฤษภาคม 14, 2007 at 4:22 pm

  3. อย่าเลยดีกว่าครับ เคยมีใครซักคนว่าไว้ว่า
    ” จงให้โอกาสครั้งที่สอง แต่อย่าให้มีครั้งที่สาม “

    kojiro540

    พฤษภาคม 16, 2007 at 1:10 am

  4. เห็นด้วยกับ Kojiro540 ครับ
    แต่ก็ยินดีเสมอหาก thitipat คิดจะขอท้าสู้
    ขอเพียงแต่ว่า
    ให้ผมรู้สึกสนุกได้สักนิดหนึ่งก็พอ
    เป็นกำลังใจให้ฝึกฝนฝีมือให้เก่งขึ้นนะครับ

    PUG

    พฤษภาคม 18, 2007 at 11:22 pm


ใส่ความเห็น