พักผ่อน

Posted in Blah Blah Blah ... ด้วยแท็ก on เมษายน 19, 2008 by kojiro540

บ่อยครั้งที่คนเขียน Blog มักจะคิดหัวข้อหลังการเขียนเสมอๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะนึกไม่ออกหรือเพราะตั้งชื่อไม่สวย

 

แต่ผมเป็นคนที่มักจะตั้งชื่อเรื่องก่อน แล้วค่อยเขียน

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะมักง่าย หรือว่ามันง่ายที่จะคิดลวกๆ

 

ระหว่างนี้ผมกลับมาอยู่เฉยๆที่บ้าน นั่งๆนอนๆอยู่บ้านเฉยๆ

เมื่อก่อนระหว่างที่ผมเรียนผมมักจะมีข้ออ้างในการไม่กลับบ้านเสมอ

งานเยอะ เหนื่อย จะสอบ อันนี้ข้ออ้าง

ขี้เกียจ ไปเที่ยว และเมาค้าง มักจะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเสมอ

แต่ครั้งนี้ มันไม่มีข้ออ้างแล้ว จบแล้ว สำเร็จการศึกษาแล้ว

 

ซึ่งก็ไม่ใช่ความจำเป็นใดๆที่ผมจะต้องมาอยู่บ้าน

ถ้าไม่อยากพักผ่อนบ้าง เรียนจบหมดหน้าที่ คงไม่มา

เหตุผลแบบนี้ก็คงดูเกินไปหน่อย ถ้า ป๊ากับแม่ อ่าน Blog คงเสียใจน่าดู

และการลงทุนของ ป๊ากับแม่ ก็คงขาดทุนย่อยยับกับเมล็ดพันธุ์เมล็ดนี้

 

ช่วงนี้ที่บ้านผมวุ่นวายมากๆ แต่ผมกลับรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

สบายทั้งใจ และกาย

ถ้าใครเห็นก็คงไม่นึกว่าผมเพิ่งจบ ป.ตรีมา

น่าจะคิดว่าเพิ่งเกษียณมามากกว่า

 

พี่สาวคนเดียวของผมกำลังจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ

คนทั้งครอบครัวยกเว้นผมและ หมาอีก 2 ตัว จึงต้องวิ่งวุ่นเดินเรื่องเดินราวมากมาย

และก็เป็นจุดๆเดียว ที่ความสนใจของทั้งบ้านจะพุ่งไปที่เรื่องนี้และตัวพี่สาวผม

และป๊ากับแม่ ก็มักจะกลัวว่าผมจะน้อยใจ

และผมก็มักจะบอกว่าไม่น้อยใจซักนิด

และก็เป็นอะไรที่ควรจะเป็นแบบนั้น

 

ผมมีพ่อแม่และพี่สาวแค่อย่างละคน

คงไปหาที่อื่นไม่ได้

คงไปนอนที่บ้านใครแล้วสบายแบบนี้ไม่ได้

 

ตอนนี้ผมได้เรียนรู้แล้ว ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดมักจะเกิดขึ้นเมื่อ

เราทะนุถนอมต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อรอนกมาร้องเพลงบนกิ่งก้านต้นไม้ชีวิตนี้

 

และเพราะทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ผมรู้ดีว่า

ครอบครัวเหมาะมากกับความรัก

เพราะความรักนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอบความรัก

ใบหญ้ารื่นเริง (1)

Posted in Blah Blah Blah ... ด้วยแท็ก on มีนาคม 10, 2008 by kojiro540

กัญชา

กัญชาเป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้าขึ้นได้ง่ายในเขตร้อน ลำต้นสูงประมาณ 2-4 ฟุต ลักษณะใบจะแยกออกเป็นแฉกประมาณ 5-8 แฉก คล้ายใบมันสำปะหลังที่ขอบใบทุกใบจะมีรอยหยักอยู่เป็นระยะๆ ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามง่ามของกิ่งและก้าน ส่วนที่คนนำมาเสพได้แก่ส่วนของกิ่ง ก้าน ใบ และยอดช่อดอกกัญชา โดยนำมาตากหรืออบแห้ง แล้วบดหรือหั่นให้เป็นผงหยาบๆ จากนั้นจึงนำมายัดไส้บุหรี่สูบ (แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไปที่ไส้บุหรี่จะมีสีเขียว ต่างจากไส้ยาสูบที่มีสีน้ำตาล และขณะจุดสูบจะมีกลิ่นเหมือนหญ้าแห้งไหม้ไฟ) หรืออาจสูบด้วยกล้องหรือบ้องกัญชา บ้างก็ใช้เคี้ยวหรือผสมลงในอาหารรับประทาน ปัจจุบันรูปแบบของกัญชาที่พบ นอกจากจะพบในลักษณะของกัญชาสด กัญชาแห้งอัดเป็นแท่งเป็นก้อนแล้ว ยังอาจพบในรูปของ “น้ำมันกัญชา” (Hashish Oil) ซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ได้จากการนำกัญชามาผ่านกระบวนการสกัดหลายๆ ครั้ง จึงได้เป็นนำมันกัญชาที่มีปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทสูงถึง 20-60% หรืออาจพบในลักษณะของ “ยางกัญชา” (Hashish) เป็นยางแห้งที่ได้จากใบ และยอดช่อดอกกัญชา ซึ่งโดยทั่วไปจะมีฤทธิ์แรงกว่ากัญชาสด และมีปริมาณสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประมาณ 4-8%

กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาท กดและหลอนประสาท สารออกฤทธิ์ที่อยู่ในกัญชามีหลายชนิด แต่สารที่สำคัญที่สุดที่มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป คือ เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol) หรือ THC ที่มีอยู่มากในส่วนของยอดช่อดอกกัญชา สาร THC นี้ในเบื้องต้นจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะกดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อน ๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้

อาการผู้เสพ :อารมณ์อ่อนไหวเปลี่ยนแปลง ความคิดเลื่อนลอยสับสน ความคุมตัวเองไม่ได้ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ความจำเสื่อม กล้ามเนื้อลีบ หัวใจเต้นเร็ว หูแว่ว

โทษที่ได้รับ :หลายคนคิดว่าการเสพกัญชานั้น ไม่มีโทษภัยร้ายแรงมากนัก แต่จากการศึกษาวิจัย พบว่า กัญชาเป็นยาเสพติดอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพมากเกินกว่าที่คาดคิด อาทิเช่น

  1. ทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใด ๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงงาน ความคิด และการตัดสินใจ รวมทั้งจะมีลักษณะ Amotivation Syndrome คือ การหมดแรงจูงใจของชีวิต จะไม่คิดทำอะไรเลย อยากอยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานเป็นอย่างมาก
  2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้าย คล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลง หรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
  3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป
  4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด เนื่องจากผู้เสพจะอัดควันกัญชาเข้าไปในปอดลึก นานหลายวินาที การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวนนั้น สามารถทำลายการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
  5. ทำร้ายทารกในครรภ์ กัญชาจะทำลายโครโมโซม ฉะนั้นหญิงที่เสพกัญชาในระยะตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะพิการ มีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติของเซลส์ประสาทในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศและพันธุกรรม
  6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ
  7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสน และมีอาการประสาทหลอน จนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานาน จะทำให้มีอาการจิตเสื่อม

นอกจากผลร้ายที่มีต่อร่างกายและจิตใจของผู้เสพแล้ว การขับรถขณะเมากัญชายังก่อให้เกิดอันตรายได้มาก เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้เสียสมาธิ ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด การตอบสนองช้าลง การรับรู้ทางสายตาบิดเบือน ความสามารถในการมองเห็นสิ่งเคลื่อนที่ด้อยลง จึงเป็นอันครายอย่างยิ่งต่อผู้ขับรถยนต์ หรือแม้แต่เดินบนท้องถนนก็ตาม

โทษทางกฎหมาย :จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522สรุปข้อหาและบทลงโทษดังนี้

 

ที่มา :: http://www1.oncb.go.th/document/p1-bykind08.htm

ซอกหลืบแห่งความโสมม…

Posted in Blah Blah Blah ... ด้วยแท็ก on กุมภาพันธ์ 9, 2008 by kojiro540

ความจริงที่เหมือนฝันร้าย

เหตุการณ์เล็กน้อย จากการกระทำที่เป็นตัวแทนจากจิตใจของคน

บางครั้งมันก็ทำให้คนอื่นที่พบเห็น หรือเจอกับตัว ตั้งแง่รังเกียจสังคม

สังคมที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ สังคมแห่งความโสมม

ความจริงที่เหมือนฝันร้าย

อาจเป็นแหล่งดินอันอุดมสมบูรณ์ แห่งเมล็ดพันธุ์ของความเลวระยำต้นต่อไปก็เป็นได้

แต่หากสังเกตุ พินิจในมุมมองที่แตกต่างจาก ฝันร้ายที่พบเจอ

บางครั้งความจริงก็ไม่ได้เป็นเสมือนฝันร้ายตลอดไป

ณ ร้านกาแฟยามเช้าหน้ามหาวิทยาลัย 

ผมและผองเพื่อนร่วมโต้รุ่งจาก เหตุผลของใครบางคน ที่กระสันอยากร่ำสุรา ช่วงเวลา 7 โมงเช้า งานเลี้ยงอันเมามายถึงเวลาต้องวางแก้ว

 ด้วยความกระหายในอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าที่หาได้ยากยิ่งจาก ชุมชนวงในแห่งนี้

สิ่งที่ตามมาจึงเป็นคำเชิญชวน ร่วมเสวนาเปลี่ยนบรรยากาศ

จากสังคมแห่งอบายมุข มุ่งหน้าสู่ สังคมแห่งความสดชื่นยามเช้า ณ สภากาแฟ

โอวัลติน 1 ปาท่องโก๋ 2 และไข่ลวก 2 ฟอง ถูกนำมาเสิร์ฟ 4 ชุด

และ คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ได้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์   แต่สิ่งหนึ่งที่ทำลายความฝันเล็กน้อยในยามเช้า และอารมณ์อันน่าพิรมณ์นี้

เป็นการกระทำของกลุ่มคนโต๊ะข้างเคียง คน 3 คนกับหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับถูกพับเก็บไว้ ซึ่งหมายถึงการจอง อ่านฉบับนี้แล้วจะต่อฉบับสอง

ผมคิดมาก หรือ ใจคนมันแคบกันแน่ ทันใดนั้น Bentino ผู้พบรักใหม่แห่งชีวิต ได้ชี้ชวนผมให้มองไปที่ ต้นใหม่ต้นหนึ่ง

ระยะทางดูไม่เป็นปัญหาของการถ่ายทอดความงามของมันแม้แต่น้อย

ดอกสีชมพูอ่อน ผลิช่อเบ่งบาน จากกิ่งก้านที่แห้งเหี่ยว

ทำให้ผมเหลียวนึกถึง ซอกหลืบที่อ่อนโยน ของสังคมที่แล้งน้ำนี้

ผมมองหาความงามนั้น มองไปยังโต๊ะตรงข้ามพบ ลุงคนหนึ่ง

ลุงดูเหมือนเป็นอัมพฤกษ์ แต่ไม่เป็นปัญหาในการตื่นเช้าของลุงแกเลย

ต่างกับกลุ่มคนที่นั่งตรงข้ามลุง ที่ยังหนุ่มยังแน่น แต่การตื่นเช้ากับเป็นปัญหาของเขา

Bentino มากระซิบข้างหูผมว่า ลุงคนนี้คือ อาหารมื้อที่ดีที่สุด ที่ตัวเองเคยเขียนถึง

ผมมองดูลุงนั่งซักพัก แม่ค้าก็ยกมื้อเช้าที่ดีที่สุดของลุงอีกมื้อมาเสิร์ฟ

ผมก้มหน้ากำลังจะซดโอวัลตินถ้วยตัวเอง แต่ได้ยินเสียงแม่ค้าบอกโต๊ะข้างๆว่า

” ลุงบอกว่า โต๊ะนี้มาก่อนค่ะ ” แม่ค้ายกถ้วยกาแฟพร้อมปาท้องโก๋มาเสิร์ฟให้โต๊ะข้างๆผม

โต๊ะที่มีหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับพับเรียงที่ถูกทับด้วยแขนซ้ายของผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มนั้น

ผมได้สัมผัสความงามนี้แล้ว ถึงแม้จะน้อยนิด

แต่มันทำให้จิตใจผมถูกฉุดขึ้นมาจาก ห้วงลึกแห่งความหมดหวังของจิตใจมนุษย์

ผมก้มหน้าซดไข่ลวก และผสมผสานปาท้องโก๋กับโอวัลตินอย่างเอร็ดอร่อยต่อไปจนหมด

ผมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าลุงอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดของ Bentino ว่า

” กูจำผิดคนว่ะ ลุงคนนี้ไม่ใช่คนที่กูเขียนถึง… ” น่าตบนะคนแบบนี้

แต่นั่นจะสำคัญซักแค่ไหน ในเมื่อผมไม่ได้ต้องการรู้เรื่องนี้

และทันใดนั้น…อารมณ์ผมก็ตกสู่ห้วงลึกอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้เป็นห้วงลึกแห่งหลืบของความโสมม หลืบที่ยังมีความงดงามของจิตใจมนุษย์

ลุงลุกจากโต๊ะ เดินกระเผกๆ พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ โต๊ะข้างๆโต๊ะผม

โต๊ะที่ครองหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับที่ผมบอก

พร้อมกับพูดว่า ” ขอบคุณมากครับที่เลี้ยงครับ ขอบคุณมาก “

มื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยมื้อหนึ่งของผม เป็นมื้อที่ได้รับคุณค่าสารอาหารมากมื้อหนึ่ง

คุณค่าสารอาหารของอารมณ์ และมุมมองโลกที่เปลี่ยนไปมากขึ้น :P

Sweetney Todd ( ความแค้นทำให้คนตาบอด )

Posted in Review ด้วยแท็ก, on กุมภาพันธ์ 7, 2008 by kojiro540

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ผมดูไม่ใช่ Sweeney Todd

sweeney todd

แต่ภาพยนตร์ที่ผมชมในโรงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดก็คือ Sweeney Todd

เรื่องนี้จากคำบอกเล่า และการเล้า(ไม่มีโลม) ของหนี่นี้ ทำให้ผมสนใจและอยากดูขึ้นมา

ดารานำชายเป็น Johnny Depp แถมยังจะได้เข้าชิง ออสการ์ กับเค้าด้วย

ความคิดผมจึงไม่รอช้าที่จะ ควักเงิน 240 บาท ( ค่าที่นั่ง 2 ที่ -.- ” ) ณ โรงภาพยนตร์ที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า

แต่ก็มีลูกเล่นในใจนิดหน่อย ” ถ้าไม่สนุกกรูก็หลับ ถือว่าซื้อเงินมาหลับสบายๆหน่อยละกัน “

จับประเด็นจากหนัง ( ไม่เสียอรรถรส หากยังไม่ได้รับชม )

  • เรื่องของร้านตัดผมที่ถนน ฟลีท ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของร้านพายเนื้อคุณนายเลิฟเว็ทท์
  • ร้านตัดผมที่ บริการแต่การโกนหนวด
  • เนื้อเรื่องสนุกสนานดี น่าติดตามว่าใครจะเป็นรายต่อไป หึหึ!!!
  • ความรักระหว่าง หนุ่ม-สาว ที่ไม่ค่อยจะรู้เท่าไหร่ว่า มันไปรักกันได้ยังไง
  • ความแข็งแกร่งของหางหนอน และความจัญไรของสเนป มาเกี่ยวไงไปอุดหนุนสิครับ
  • ความงี่เง่าของ กบว. เห้ย!!! เกี่ยวไร
  • การตีบทที่แตกกระจุยของ Depp หุหุ
  • ภาพยนตร์ร้องเพลง ที่น่ารักและแอบตลกมากมาย

บ่นหนัง ( เสียอรรถรส แน่นอนหากยังไม่ได้ดู ผมรับประกัน )

  • เนื้อเรื่องง่ายๆ เดาได้ตั้งแต่ช่วงต้น เรื่องแล้วว่า เมียมันยังไม่ตาย!!!
  • มันจบห้วนๆไปหน่อย เลยไม่รู้่ว่าลูกของ Todd มันจะเป็นยังไงต่อไป
  • แต่ด้วยที่มันเดาได้ ทำให้อารมณ์หนังตอนจบที่ Todd เพิ่งรู้ว่าตัวเองปาดคอเมีย มันไม่ดึงอารมณ์ผมเข้าไปหาหนังได้ ไม่เหมือน Body #19 ตอนหมอสุธีผ่าศพแล้วเห็นลูก โหผมร้องไห้เลยตอนนั้นอ่ะ
  • แต่ก็ยังมีอารมณ์เศร้าเคล้าสมหวัง เมื่อ Todd ได้ตายพร้อมเมียโดยไม่สนอะไรอีกแล้ว
  • แค่มองสาวที่ริมหน้าต่าง สาวก็หลงรักหนุ่มเสียแล้ว แบบนี้มัน…เกินไปแล้วเฟ้ย
  • ชอบที่มีการร้องเพลงแทนการพูดกันระหว่างตัวละคร สนุกไปอีกแบบ
  • และชอบไอ้ช่างผมอิตาเลี่ยน แมร่งกวนทรีนสัดๆ
  • เอ้อใช่ลืมบอกว่า “เค้ารู้กันทั้งโรงแล้วว่า นั่นน่ะเมียเมิงไอ้ Todd ยื่นหน้ามายังไม่รู้อีก “
  • “ความแค้นมันทำให้คนตาบอดครับ”

ไปดูเถอะครับ สนุกดีรวมๆ ดูแล้วรู้สึกดีตอนเดินออกจากโรงภาพยนตร์ แต่สุดท้ายขอบ่นหน่อยนะครับ

โรงภาพยนตร์ ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าน่าจะควบคุมดูแลพนักงานของท่านหน่อยนะครับ เพราะหนังยังไม่ทันจบดีเลย พี่ก็เปิดประตูทางออก

กลัวจะไปขี้ไม่ทันหรอครับ ผมละโคตรเซ็งเลย

อ้อ และที่ไม่ลืมครับ สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดก็คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี ของที่โรงภาพยนตร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้า อันนี้ผมเรียกไม่ถูกนะครับว่า เค้าเรียกว่าอะไร งั้นขอเรียกว่า Video ประกอบละกัน

ที่บอกว่าชอบน่ะไม่มีอะไรมากไปกว่า พอยืนถวายควาามเคารพระหว่างเพลง สายตาก็จ้องมองภาพประกอบ มันทำให้น้ำตาผมไหล ด้วยความปิติ และทราบซึ้งยิ่ง

ผมเลยอยากแนะนำถ้ามีโอกาส ลองหาหนังที่ตนสนใจแล้วไปดูที่นั่นดู เพื่อว่ายังเปิดอยู่….เข้าถึงอารมณ์ได้ดีกว่าหนังทุกเรื่องที่ดูมาเลย

ป.ล. ที่ว่าคุ้มก็คุ้มตรงนี้แหล่ะ :P

เลือกทำไม…

Posted in Blah Blah Blah ... ด้วยแท็ก on กุมภาพันธ์ 7, 2008 by kojiro540

หลังจากสิ้นสุดคณะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

คณะรัฐบาลใหม่ได้ถือกำเนิดเห็นหน้าคร่าตาแล้วรู้สึกเหนื่อยใจ

เท่าที่มองตามภาษาชาวบ้านๆ ดูกันตามเนื้อผ้า

อยากอิ่มก็ควรไปกินหมูกระทะ หรือ มันไม่พอ

ค.ร.ม. ที่ได้มานี้ ไม่ผิดแผลกไปจากโผ และการวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ

นักการเมืองจับขั้วร่วมรัฐบาล ก็เหมือนกับการเอามือที่ขยี้กองขี้มาแปะกัน

ไม่ต่างอะไรกับ แมลงวันรุมกินเศษขยะ

ก่อนที่จะมีการประกาศผล พรรคต่างๆบีบคั้นเต็มกลืน เพื่อต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรี

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากเงื่อนไขขอจัดตั้งรัฐบาลร่วม เพราะพรรคเดียวมันไม่เวิร์ค จริงมั้ย

นโยบายการหาเสียงสุดอลังการ ผมจะสนับสนุนคนนอกผู้มีความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศด้านต่างๆ อย่างตรงจุด

ชาวบ้านหวัง โจรกลับใจ ครองความนิยม พัฒนาประเทศให้ทันโลกแต่ไม่ทันไรก็เผยคำปดซะแล้ว

คนนอกหาไม่เจอ เครือญาติคนโน้น เด็กปั้นคนนี้

ราวกับเห็ดพิษที่ชูช่อหลังฟ้าฝนคะนองไม่ผิดต้นเน่าเสีย ทำประโยชน์ไม่ได้

แล้วดอกผลจะอร่อยได้ไง ในเมื่อต้นที่ผลิดอกมันยัง ง่อยพิการอยู่

ดูจากหน้าคร่าตา แล้วก็หน้าใหม่สมชื่อ แต่ใหม่ขนาดนี้จะมาแก้ปัญหาชาติในฐานะหัวเรือก็ใช่ทีตรงไหน

ที่เสนอชื่อมาแล้วดูดี จะดูดีก็เฉพาะการสมนาคุณครั้งมโหฬาร ที่ช่วยกันเก็บคะแนนเสียง

ฝ่าฟันอุปสรรคมาร่วมกันคราวนี้ก็ต่างคนต่างฟันกำไรเข้ากระเป๋ากันสนุกมือ มันส์ปาก

จับคุณหมอมาเข้าคลัง จับพยาบาลมาตรวจบัญชี ทำยังกับโรงพยาบาล

ดูสถานการณ์ เหมือนเศษฐกิจชาติมันป่วยอาการหนัก ต้องรีบให้คุณหมอรักษา พยาบาลดูแล

มุขตลกที่ขำไม่ออก แถมน้ำตาจะร่วงเอาด้วย

เอาเป็นว่าคะแนนสงสารที่คนครึ่งประเทศเทให้ บวกกับคะแนนที่ไว้ใจคนเก่าๆ สงสัยต้องเศร้า

กล้ำกลืนเต็มทนคงมีหลายคนที่เห็นรัฐมนตรีชุดนี้แล้ว น้ำตาหยด

ตัดสินใจผิด คิดย้อนหลังเลือกใหม่คงไม่เอาแล้ว

ดูๆก็น่าจะเข้าใจคนไทยมันบ้าละครเลือกตัวแสดงแทน คิดว่าประเทศชาติเป็นหนัง เป็นละคร

เลือกคนมาพัฒนาชาติ เหมือนเลือกดารามาเล่นตามบทผู้กำกับ


ผมก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยเพราะสุดทนเพราะคนจนเค้าเชื่อในสิ่งที่เหล่าท่านนั้นโฆษณา

แต่น้ำตามันตกใน เจอแบบนี้เข้าไป ก็จ๋อยกันถ้วนหน้าสิครับ พี่น้อง